วันจันทร์, ตุลาคม 18, 2021
Home > ไม่มีหมวดหมู่ > หยวนดิจิทัล คืออะไร?
ไม่มีหมวดหมู่

หยวนดิจิทัล คืออะไร?

ก่อนจะไปรู้จักกับ “หยวนดิจิทัล” อยากจะให้เริ่มต้นทำความรู้จักกับ “สกุลเงินที่ออกโดยธนาคารกลาง” กันก่อน ซึ่งโดยปกติจะเรียกว่า Central Bank Digital Currency หรือ CBDC

“หยวนดิจิทัล” เป็น CBDC ที่มีผู้ออกคือธนาคารแห่งประชาชนจีน (PBoC) ซึ่งจากข่าวที่ออกมาอย่างต่อเนื่องจากทางการจีนในช่วงปีเศษมานี้ CBDC ของจีนจะมีชื่อเฉพาะที่เรียกว่า DC/EP ซึ่งชื่อ DC/EP นี้ปรากฎออกมาตั้งแต่ปีที่แล้วย่อมาจาก Digital Currency Electronic Payment 

DC/EP จะมี 2 ประเภทการใช้งาน ประเภทแรกออกให้ประชาชนทั่วไปใช้ และแบบที่ 2 ออกใช้ระหว่างสถาบันการเงิน เพื่อใช้ชำระราคาซึ่งจะเป็นมูลค่าธุรกรรมที่สูงระหว่างกัน ซึ่งในกรณีของจีนที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคตนี้ จะเป็นแบบที่ 1 ก่อน (ของไทยที่ทำการทดลองในชื่อ โครงการอินทนนท์ เป็นแบบที่ 2)

จากนั้นก็มีข่าวมาเป็นระลอกถึงความคืบหน้าในการพัฒนาโปรเกจต์สกุลเงินดิจิทัลนี้ ที่สำคัญเวลามีข่าวออกมาทางจีนก็มักจะออกมาปัดข่าวว่าแค่ศึกษา ยังไม่ได้รีบร้อนจะเปิดตัว ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงการทดสอบ ซึ่งข่าวของสกุลเงินดิจิทัลจีนนี้ก็ออกมาเรื่อยๆ ในช่วงครึ่งหลังปี 2562 เนื่องจากในช่วงนั้นเฟซบุ๊ก ประกาศโปรเจกต์ Libra 1.0 พี่จีนจึงอยู่เฉยไม่ได้ ต้องออกมาเผยทีละนิดๆ ว่าของตัวก็มีนะ ซุ่มทำมาตั้ง 5-6 ปีรอวันเปิดตัว (แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่ชัดสักทีว่าจะเปิดตัวเมื่อไหร่ ลูกเล่นเยอะ ตามสไตล์แพรวพราวของพี่จีน)

ต่างจาก Libra ของเฟซบุ๊กยังไง?

CBDC จีน ออกโดยรัฐบาลจีน หมายความว่ารัฐบาลจีนคือผู้คุมอำนาจ แต่ Libra ออกโดยภาคเอกชนผ่านสมาคม Libra (กลุ่มมหาเศรษฐี 23 บริษัท) แต่สิ่งที่เหมือนกันของหยวนดิจิทัลกับ Libra คือมีศูนย์กลางการควบคุม ซึ่งต่างจากระบบการทำงานของสกุลเงินดิจิทัลทั่วไป เช่น บิตคอยน์ อีเธอเรียม ที่ไม่มีศูนย์กลางควบคุม  มีความเป็นอิสระ ไร้ตัวกลาง 

CBDC จีนจะมีเงินหยวนค้ำประกัน 1:1 ส่วน Libra มีสินทรัพย์ค้ำประกัน 1 : 1 เหมือนกัน แต่ไม่ได้มีสกุลเดียวโดยจะถัวเฉลี่ยทุกๆ สกุลที่เข้าร่วมในเครือข่าย (ที่แน่ๆ ไม่มีหยวนมาถัว)

นอกจากนี้ Libra นอกจากการมีเป้าหมายเป็น Global Currency แล้ว Libra ยังวางตัวเองเป็น “แพลตฟอร์ม” ที่เปิดให้ธนาคารกลางทุกประเทศ หากต้องการจะ “สร้าง CBDC” มาใช้แพลตฟอร์มของเราได้

เป้าหมายลึกๆ แข่งกับใคร?

คงไม่ใช่ว่าแข่งกับ Libra เฟซบุ๊ก แต่จีนพุ่งเป้าทะลุออกไปยังสกุลดอลลาร์สหรัฐ! เพราะเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า จีนต้องการขึ้นมาเป็นที่ 1 มหาอำนาจโลกแทนสหรัฐ เมื่อ “หยวนดิจิทัล” จะแข่งกับสกุลดอลลาร์ คู่แข่งในตลาดที่สมน้ำสมเนื้อขณะนี้ก็ต้อง “ลิบรา” ซึ่งตามแผนของ Libra คือจะมีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในสกุลเงินที่ตรึงมูลค่าของ Libra (รวมกับอีกหลายสกุลในอนาคตที่จะเพิ่มขึ้นในรูปแบบของ single-currency stablecoins) นั่นแปลว่าถ้าคนใช้ LibraUSD มากเท่าไหร่ ดีมานด์ของดอลลาร์สหรัฐฯ ที่จะต้องนำมาสำรองใน Libra reserve ก็จะมากตามไปด้วย

ซัคเคอร์เบิร์ก บอกว่าถ้าสหรัฐไม่ทำ จีนทำก่อนนะ!

นอกจาก ฝั่งทางการสหรัฐฯ จะยังไม่มีท่าทีจริงจังในเรื่องนี้แล้ว ยังต่อต้าน Libra ของเฟซบุ๊กอีกด้วยทั้งที่หากผลักดันโปรเจกต์นี้ของพี่มาร์ก โอกาสที่จะต่อกรกับจีนก็จะมีมากขึ้น แผนการของจีนนี้น่ากลัวถึงขนาดที่ซัคเคอร์เบิร์ก ยกขึ้นมาป็นเหตุผลในการชี้แจงกับทางหน่วยงานกำกับของสหรัฐฯ ในตอนที่เรียกไปชี้แจงเรื่อง Libra เวอร์ชัน 1.0 ว่า ถ้าสหรัฐไม่ให้ Libra ทำ ในที่สุดจีนก็จะทำเสียเอง!

ธนาคารกลางทั่วโลก มีการซุ่มศึกษาไปล่วงหน้าหลายปีแล้ว ขนาดธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ยังออกมาสนับสนุนในการสร้าง CBDC และมองว่านี่คือ “ความจำเป็น” ของธนาคารกลาง ล่าสุด BIS ทำงานร่วมกับธนาคารกลางจาก 6 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, แคนาดา, ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของ CBDC รายงานข่าวคาดว่า สรุปผลการศึกษาน่าจะออกมาราวเดือน มิถุนายนปีนี้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เคยวิเคราะห์ในเรื่องนี้ไว้ว่า น่าจะมี 2 แรงจูงใจหลักในการออก CBDC ของจีน คือ 1.ลดอิทธิพลดอลลาร์ 2. ควบคุมกิจการที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ซึ่งการใช้เงินดิจิทัลที่มีทางการเป็นผู้ดูแลแทนที่เงินสด ก็เป็นหนึ่งวิธีช่วยจัดการปัญหาการฟอกเงินได้

เริ่มมีกระแสข่าว การทดสอบใช้งานหยวนดิจิทัล ถี่ขึ้นเรื่อยๆ

พัฒนาการของ DC/EP เริ่มมีข่าวออกมาต่อเนื่อง ทั้งภาพหลุดของแอปพลิเคชันทดสอบหยวนดิจิทัล และเกิดการแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทางการจีนจะออกมาบอกว่าเป็นแค่การทดสอบ ยังไม่ใช่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และต่อมาก็บอกว่าน่าจะได้ใช้ทันช่วงของโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 2565

ล่าสุด มีข่าวว่า 19 ร้านอาหารยอดนิยมและร้านค้าปลีกจะทดสอบใช้หยวนดิจิทัล มีการตั้งข้อสังเกตว่าเทนเซ็นต์ และ แอนท์ ไฟแนนเชียล ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นใหญ่สุดในจีนก็น่าจะเข้าร่วม เช่นเดียวกับ เจดี ซูเปอร์มาร์เก็ต ,สตาร์บัคส์ ,ซับเวย์ และ แมคโนัลด์  ก่อนหน้านั้น ราว 1 สัปดาห์ก็มีข่าวว่า มีการทดสอบใช้งานหยวนดิจิทัลใน 4 เมือง และตามมาด้วยข่าวที่ว่าพนักงานเทศบาลเมืองซูโจว จะได้รับเงินอุดหนุนค่าเดินทางเป็นเงินหยวนดิจิทัลในเดือนพฤษภาคม

นักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่า จีนคือมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกรายถัดไป และรัสเซียน่าจะเข้าร่วมด้วยซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองประเทศมีส่วนร่วมในข้อตกลงลับๆ เพื่อซื้อขายน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ยิ่งไปกว่านั้นนักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่า “เงินหยวนดิจิทัล” จะเป็นส่วนสำคัญที่มีบทบาทต่อจีน ในการพัฒนาความเหนือกว่าทางเศรษฐกิจ ด้าน Sergey Baloyan คอลัมนิสต์ กล่าวว่า “คงไม่ต้องสงสัยเลยว่า วันนี้สกุลดอลลาร์ครองตำแหน่งสูงสุด แต่หยวน ดิจิทัลเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของจีนในการแข่งขันกับดอลลาร์ในระดับโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า”

หยวนดิจิทัล จะเปิดตัวใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่

สื่อต่างประเทศรายงานว่า ธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีน (PBOC) ส่งซิกในทำนองที่ว่า สกุลเงินดิจิทัลของพวกเขาน่าจะใช้ได้ราวกลางปี 2564 ซึ่งจะทันใช้ในช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 2565 สื่อจีนรายงานข่าวนี้โดยอ้างถึง “บุคคลเกี่ยวข้องที่รับผิดชอบ” ของสถาบันวิจัยสกุลเงินดิจิทัลของ PBOC (แต่ว่าก็ยังไม่กำหนดเวลาเปิดตัวอย่างเป็นทางการออกมาอยู่ดี)

ผลกระทบของ หยวนดิจิทัล (DC/EP) ต่อประเทศไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยวิเคราะห์เรื่องนี้ไว้ว่า พ่อค้าแม่ค้าในไทย หรือผู้ประกอบการไทยที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับคนจีนจะต้องศึกษาและเตรียมตัวในเรื่องนี้ เพราะหากหยวนดิจิทัลใช้กันอย่างแพร่หลาย พ่อค้าแม่ที่จีนก็น่าจะต้องเปิดรับเงินหยวนดิจิทัลในการชำระค่าซื้อขายสินค้าและบริการกับต่างชาติ

ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยก็ต้องเปิดช่องทางนี้หากจะค้าขายกับจีน และโดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้า ที่จับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน เดิมได้เปิดรับชำระ Alipay อยู่แล้ว อนาคตอาจจะต้องเปิดรับ CBDC ของจีนด้วย

มุมมองคนในวงการอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีไทย

“วรพจน์ ธาราศิริสกุล” CTO J Ventures (JVC) กล่าวว่า การมาของหยวนดิจิทัล หรือลิบราเฟซบุ๊ก จะช่วยกระตุ้นตลาดคริปโตเคอร์เรนซีให้คึกคัก รวมถึงในประเทศไทยด้วย และเชื่อว่าในที่สุดแล้ว ไทยไม่สามารถฝืนกระแสคริปโตเคอร์เรนซีได้

ขณะนี้ทางแบงก์ชาติเองก็กำลังศึกษาสกุลเงินดิจิทัลอยู่ เพราะสกุลเงินดิจิทัลซึ่งมีเบื้องหลังอย่างระบบบล็อกเชนนั้นเป็นเทคโนโลยีที่ดีกว่า ให้ประสิทธิภาพที่มากกว่าการให้บริการทางการเงินในแบบเดิม ซึ่งมันดีต่อทั้งผู้ใช้งานและดีต่อผู้ควบคุมนโยบาย

“การมาของหยวนดิจิทัล หรือจะเป็นลิบรา จะช่วยกระตุ้นตลาดคริปโตเคอร์เรนซีให้คึกคัก รวมถึงคริปโตประเภทสเตเบิ้ลคอยน์ และเชื่อว่าในไทยเองก็น่าจะมีภาคเอกชนทำการศึกษาสเตเบิ้ลคอยน์ไว้อยู่ เพียงแต่อาจจะยังไม่ใช่จังหวะเวลาที่เหมาะสมที่จะเร่งเปิดตัว” วรพจน์ กล่าว

“จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา” กรุ๊ปซีอีโอกลุ่มบิทคับ (Bitkub) กล่าวว่า หยวนดิจิทัล หรือลิบราใครมาก่อนหรือหลังก็ดีต่อโลกทั้งนั้น เพราะเทรนด์ของโลกมาทางดิจิทัลเคอร์เรนซี และเชื่อว่าทั้งสองประเทศคงไม่ยอมลดราวาศอกอย่างแน่นอน หากใครออกเหรียญมาก่อนอีกประเทศก็ต้องตาม

สกุลเงินดิจิทัลของจีน เป็นรูปแบบ Retail คือให้ประชาชนในประเทศใช้งาน อย่างไรก็ตาม แม้ช่วงแรกจะเน้นการใช้งานแค่ในประเทศ เชื่อว่าในระยะถัดไปหยวนดิจิทัลน่าจะกระจายไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลกรวมทั้งในไทย เพราะประเทศจีนต้องการให้เงินหยวนเป็น Global Currency และต้องการแข่งกับสหรัฐเพื่อชิงความเป็นมหาอำนาจโลก

เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังเป็นสกุลกลางของโลกอยู่ แต่ถ้าหากจีนเร่งผลักดันดิจิทัลเคอร์เรนซีออกมาก่อน ได้สำเร็จ แถมยังใช้งานได้สะดวก ผู้คนก็อาจจะหันมานิยมใช้เงินหยวนจนในที่สุด อาจจะทำให้หยวนกลายเป็นสกุลเงินกลางของโลกแทนดอลลาร์ก็ได้

“ส่วนตัวผมเชียร์ทั้งสองเลย ทั้งหยวนดิจิทัล และลิบรา ไม่ว่าของใครออกมาก่อน มันก็ดีต่อโลกอยู่แล้ว”   จิรายุส กล่าว

โดยสรุป หยวนดิจิทัล หรือ Libra สกุลไหนจะเปิดตัวก่อนกันไม่มีใครทราบกำหนดการที่แน่ชัด แต่ศึกในการแย่งชิงสถานะของ Global Currency หรือสกุลเงินที่ใช้งานได้ทั่วโลกของสองยักษ์ใหญ่นี้จะทำให้ทุกคนต้องตื่นตัว เพื่อให้ทันกับโลกของคริปโตเคอร์เรนซี (อย่างน้อยๆ ก็ไม่ให้ใครมาหลอกได้ง่ายๆ พวกมิจฉาชีพมีเยอะ) ทั้งสองยี่ห้อนี้จะมาในรูปแบบของสเตเบิ้ลคอยน์ หรือสกุลเงินดิจิทัลที่มูลค่าผันผวนต่ำมากๆ ไม่สามารถใช้เก็งกำไรได้เหมือนคริปโตเคอร์เรนซีทั่วไป มันจึงมีความคล้ายเงินปกติที่เราใช้สอย แถมมีสินทรัพย์หนุนหลังคือเงินจริงๆ เพียงแต่อยู่ในรูปของดิจิทัล.

ที่มา สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย (2563). รายงานพิเศษ : หยวนดิจิทัลชิงบัลลังก์. (30 กรกฏาคม 2564). ค้นจาก efinancethai.com/LastestNews/app.index.aspx?id=ODNiK0ovM0wyTDQ9&year=2020&month=4&lang=T&v=2018&security=