วันจันทร์, ตุลาคม 18, 2021
Home > ไม่มีหมวดหมู่ > BITCOIN สกุลเงินดิจิทัลที่ผู้ประกอบการต้องรู้
ไม่มีหมวดหมู่

BITCOIN สกุลเงินดิจิทัลที่ผู้ประกอบการต้องรู้

นับเป็นเวลานานมาแล้วที่มนุษย์เราใช้เงินตรามาเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการต่างๆ แม้วิวัฒนาการของเงินนั้น เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยแต่เป้าประสงค์ก็ยังคงอยู่ในสถานะเพื่อการแลกเปลี่ยนอยู่ดี จริงอยู่ว่าเราสามารถนำสิ่งมีค่าอื่นมาใช้แทนเงินได้ แต่หากมองในแง่ของความสะดวกสบายแล้ว เงินตราก็ยังคงเป็นตัวกลางที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนได้ดีกว่าสิ่งอื่นเป็นอย่างมาก

จากการที่แต่ละประเทศมีสกุลเงินเป็นของตนเองทั้งยังมีการกำหนดนโยบายทางการเงินโดยเอกเทศ ทำให้เกิดกฎกติกาว่าด้วยเรื่องการเทียบค่าเงิน ทั้งยังได้มีการประกาศอัตราการแลกเปลี่ยนให้แต่ละประเทศทราบโดยทั่วถึงกัน จะมีบางประเทศที่อาจใช้สกุลเงินของประเทศอื่น เช่น ประเทศที่เคยตกเป็นอาณานิคมให้กับประเทศใหญ่มาก่อน หรือประเทศที่ขอแยกออกจากราชอาณาจักรเดิมที่เคยถูกครอบครอง เป็นต้น

ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนด้วยเงินตรานั้น หากผู้ซื้อและผู้ขายอยู่ห่างกันเป็นระยะทางไกลๆ การเดินทางเพื่อติดต่อซื้อขายแบบเห็นหน้าค่าตากันอาจไม่สะดวกเท่าใดนัก นอกจากผู้ซื้อกับผู้ขายจะต้องเสียเวลามาพบปะกันแล้ว วัตถุที่ใช้เป็นตัวแทนของเงินอาจชำรุดหรือสูญหายได้ จึงได้เกิดองค์กรตัวกลางทางการเงินที่เรียกว่าธนาคารขึ้น ทำให้ผู้คนอาศัยธนาคารเป็นคนกลางในการจัดการด้านการเงินให้ ทั้งในเรื่องการฝาก ถอน โอน หรือแม้แต่การกู้ยืม ธนาคารก็สามารถดำเนินการให้ได้ อย่างไรก็ตาม กิจการธนาคารก็คือองค์กรธุรกิจประเภทหนึ่ง ซึ่งย่อมต้องแสวงหาผลกำไรเป็นธรรมดา ดังนั้น ค่าธรรมเนียมหรือค่าดำเนินการจากธุรกรรมที่เกิดขึ้นโดยผู้ใช้บริการ จึงถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เฉพาะแต่การโอนเงินเท่านั้น ในบางประเทศแม้แต่การฝากเงินก็ยังต้องเสียค่าธรรมเนียม

อย่างที่ทราบกันดีว่าการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตนั้นได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผู้ซื้อผู้ขายได้รับความสะดวกสบายมากกว่าการซื้อขายแบบเดิมที่ต้องติดต่อซื้อขายกันโดยตรง เริ่มตั้งแต่การค้นหาสินค้าหรือการเลือกสรรสินค้าที่ต้องการได้ง่ายขึ้น ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบคุณภาพและราคาได้ง่าย รวมไปถึงการสั่งซื้อก็ทำได้ง่ายๆ เพียงคลิกเมาส์ไม่กี่คลิกเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กระบวนการซื้อขายส่วนใหญ่ก็จำเป็นจะต้องใช้ธนาคารมาเป็นตัวกลาง (Payment Gateway) สำหรับโอนเงินอยู่ดี แม้ปัจจุบันจะมีการนำเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันเรียกว่า Fintech มาช่วยในการทำธุรกรรมโดยไม่จำเป็นต้องผ่านธนาคารแต่ก็ยังคงเป็นช่วงเริ่มต้นของเทคโนโลยีนี้เท่านั่น

เมื่อไม่นานมานี้ได้เกิดการโจมตีครั้งสำคัญจากผู้ไม่ประสงค์ดีด้านไซเบอร์ขึ้น โดยการโจมตีในครั้งนี้มาในรูปแบบของ มัลแวร์เรียกค่าไถ่ไฟล์ที่มีชื่อเรียกว่า Wannacry Ransomware ซึ่งการโจมตีจะมุ่งไปที่คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดว์สที่ไม่ได้มีการอัปเดตระบบป้องกัน เมื่อผู้เคราะห์ร้ายติดมัลแวร์ชนิดนี้ก็จะทำให้ไม่สามารถเรียกใช้งานไฟล์เอกสารใดๆ ได้เลยจนกว่าจะยอมจ่ายเงินให้กับผู้ที่สร้างมัลแวร์ตัวนี้ขึ้นมา จากรายงานพบว่ามีคอมพิวเตอร์ติด Wannacry Ransomware เป็นจำนวนมากและหลายแห่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นที่จะแก้ปัญหานี้ได้ก็จำเป็นจะต้องจ่ายเงินไป ทว่าเงินที่คนร้ายต้องการกลับไม่ใช่เงินสกุลปกติที่คนทั่วไปใช้ แต่เป็นเงินดิจิทัลที่มีชื่อว่า Bitcoin ซึ่งเป็นเงินที่ไม่สามารถจับต้องได้ ดังนั้น ผู้เคราะห์ร้ายจึงต้องใช้เงินจริงไปแลกซื้อ Bitcoin มาก่อน แล้วจึงนำไปจ่ายค่าไถ่ให้กับผู้ร้ายจึงจะได้รหัสผ่านมาแก้ไขเพื่อให้ใช้งานไฟล์เอกสารที่มีปัญหาได้

นั่นเป็นครั้งแรกที่สาธารณชนได้รู้จักกับสกุลเงินดิจิทัลที่มีชื่อว่า Bitcoin อันที่จริงแล้ว Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้มีการนำมาใช้งานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 หรือเมื่อเกือบ 8 ปีมาแล้ว กล่าวกันว่าผู้ให้กำเนิดเงินสกุลนี้ก็คือ Satoshi Nakamoto ซึ่งจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครเคยเห็นตัวจริง แม้จะมีคนกล่าวอ้างว่าเป็นบุคคลดังกล่าวแต่ก็ยังไม่มีใครหรือสื่อใดปักใจเชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์

ในทางเทคนิค Bitcoin เป็นเงินสกุลดิจิทัลที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า Crypto Currency แน่นอนว่า Crypto Currency ไม่ได้มีแต่ Bitcoin เท่านั้น แต่ยังมีเงินดิจิทัลสกุลอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้แลกเปลี่ยนซื้อขายได้เช่นเดียวกันกับ Bitcoin ไม่ว่าจะเป็น LiteCoin, DarkCoin DodgeCoin หรือ PrimeCoin เป็นต้น เพียงแต่ Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมมากที่สุด และไม่ว่าจะเป็นเงินดิจิทัลสกุลใดก็ตาม เป้าประสงค์สำคัญของการมี Crypto Currency นั้นก็เพื่อที่จะให้ผู้ที่ถือเงินดิจิทัลสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างเช่นธนาคารหรือองค์กรใดๆ อย่างที่เป็นกันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งก็จะปิดค่าใช้จ่ายที่มาจากการเก็บค่าธรรมเนียมไปโดยปริยาย

ปัจจุบัน Bitcoin ได้ถูกนำมาใช้เป็นตัวกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนจริงในธุรกิจขนาดใหญ่กันบ้างแล้ว โดยเฉพาะทางฝั่งอเมริกาและยุโรป เช่น ธนาคาร Western Union หรือ Paypal เป็นต้น สำหรับประเทศไทยนั้นก็ได้เปิดรับเงินดิจิทัลสกุลต่างๆ มากขึ้น แม้ว่าทางภาครัฐจะยังไม่ได้ประกาศให้ใช้เงินสกุลดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีการศึกษาเพื่อเตรียมการสำหรับเงินสกุลดิจิทัลเอาไว้บ้างแล้ว และสิ่งสำคัญที่ทำให้ Bitcoin ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนอกจากจะไม่ต้องใช้องค์กรด้านการเงินมาเป็นตัวกลางแล้ว Bitcoin ยังอาศัยระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีความปลอดภัยสูงสุดอย่าง Blockchain อีกด้วย และ Blockchain นี่เองคือกลไกสำคัญสูงสุดที่นำมาใช้ควบคุมการแลกเปลี่ยน Crypto Currency ได้อย่างสมบูรณ์

เช่นเดียวกับสกุลเงินอื่นๆ ที่จำเป็นจะต้องมีหน่วยเพื่อระบุว่าเป็นเงินสกุลอะไร เช่น THB, USD, JPY หรือ GBP เป็นต้น สำหรับ Bitcoin นั้นจะมีหน่วยเงินที่ใช้เป็น BTC ซึ่งสามารถเทียบมูลค่าได้ ดังนี้

สำหรับท่านผู้ประกอบการที่ต้องการทราบว่าอัตราการแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลกับเงินปกติ ณ ปัจจุบันเป็นเท่าใดก็สามารถที่จะเข้าไปติดตามดูข้อมูลที่เว็บไซต์บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น coins.co.th, bx.in.th หรือ bitcoin.co.th เป็นต้น

จากความร้อนแรงของ Bitcoin ผู้ประกอบการจึงควรจับตามอง และศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับเงินสกุลนี้และเงินสกุลดิจิทัลอื่นๆ รวมไปถึงการวางแผนเตรียมการรับมือไว้เอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะไม่แน่ว่าในอนาคตเงินสกุลดิจิทัลอาจเข้ามาแทนที่เงินสกุลเดิมที่เคยใช้กันอยู่ก็เป็นได้

ที่มา Modern Manufacturing (2017). BITCOIN สกุลเงินดิจิทัลที่ผู้ประกอบการต้องรู้ (29 กรกฏาคม 2564). ค้นจาก mmthailand.com/bitcoin-%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A5/