สกุลเงินดิจิทัล ดอท คอม

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Naprapats

หน้า: [1] 2 3 ... 119
1
รับทำการตลาดเว็บสายดัมหาลูกค้าเล่นเว็บโปร44444โปร88888แพคเก็จเริ่มต้นทำการตลาดเพียง8500บาทเท่านั้น!!! 

โปรเดือน ธันวา 2565 แนะนำสำหรับเว็บใหม่เว็บเปิดนานแล้วจัดได้ค่ะโปรออกเดือนละครั้งราคาเบาๆจับต้องได้ทำการตลาดปังๆ


โปรนี้ เน้นกระจาย เน้นคนเห็นโปร  เว็บเปิดใหม่เว็บเปิดนานแล้วสร้างฐานติดตามไลน์@ 
ทำให้คนมาสมัครเล่น และรู้จักมากขึ้น เว็บไหนเปิดใหม่ไลน์ไม่มีฟอลขอแนะนำ!
 ราคาโปร   44,444  ทำการตลาดทั้งหมดดังนี้....


1.  เฟสฟอล 3000 - 10000+ จำนวน 40 คน โพส ภาพเงิน + โพสภาพแจ็กพอตร์แตก หน้าเฟส   โปร  44,444  สี่หมื่นสี่พันสี่ร้อยสี่สิบสี่บาท

2.   ทำภาพ + ทำแคปชั่นให้ โพสลงกลุ่ม บ   อ   ล    ค   า   สิ  โนร   1,000 กลุ่ม   ทำภาพ +  ทำแคปชั่น ให้       

3. เพิ่มยอดติดตาม Line ไลน์ 1000 ติดตาม   ติดตาม เน้นชาย คนไทย คนจริง 100%  

4. แชร์ โพส ลงกลุ่มบอนน กลุ่มค า สิ๊ โ น 500 แช  

5.ไลฟ์สดบา   คราา   ร่ า จำนวน 3 ไลฟ์ คนเข้าชม 100+ บนแฟนเพจ 5000 ฟอล  

6. แชร์ไลฟ์ 100+ ทุกไลฟ์  คอมเมนท์  รับประกันคนเข้า ถึงมาคอมเมนท์ พูดคุย 300+ 

8.เรามีฐานผู้ติดตามสำหรับไลฟ์สด 

9.มีรีพอตร์ ทุกการ ทำงาน ทุกส่วนของงาน  ดึงเข้ากลุ่มรีพอตร์งาน

10.ทำภาพสำหรับโปรโมท ป้ายแบนเนอร์ สำหรับ โฆษณา  

11. แชร์โพสลงตามกลุ่มขณะไลฟ์ + บนเพจ มียอด ติดตาม ให้ คนเข้าถึง อย่างต่อเนื่อง  
หมดนี้ทำทุกลิสรายการ

 
***********************

บริการของเราทั้งหมดมีดังนี้



1. รับโพสกลุ่ม บ  อ   ลกลุ่มค   ร   า  สิโ  น  ร 
2. รับยิง facebook ads โ ฆษ ณ า 
3. โปรแพคคอมโบคู่กัน โพสกลุ่ม + ยิงแอด 
4. โปร 2 แสน / เดือนรับประกันคนสมัคน 50 - 100+ / เดือน ทำครบวงจร   พริตตี้โปรโมท - ยิงแอด - seo - ดูแลแฟนเพจ - ติดแบนเนอร์เว็บหนัง - โพสกลุ่ม และอื่นๆ 
5. โปรรายเดือน ออกมาเดืออนละ 1 ครั้ง ติดตามโปรหน้าไทม์ไลน์ 
6. บริการอื่นๆหน้าม้าคอมเมนท์  แชร์ลงกลุ่มสายดัม  พริตตี้โพสหน้าเฟส หรือ เพิ่มฟอลไลน์@สายดัม  ครบวงจร
7. บริการอื่นๆ ออยากได้อะไรแบบไหนสอบถามได้มีครบ
8.รับโพสลงบนแฟนเพจล้านไลค์ล้านติดตาม
9. ขายแอคเคาท์เฟสบุ๊ค บิสเนส แอคพริตตี้ ยอดฟอลเยอะ เน็ตไอดอล
10. ebook สอนทำ seo ด้วยตนเอง , ebook สอนยิง ads ด้วยตนเอง 
11. บริการรับไลฟ์สด บะ ครา    ล่า   พร้อมทำการตลาด รายครั้ง 
12. อื่นๆ สอบถามทางไลน์ได้เลยค่ะ 


ติดต่อเรา  081-355-9481 ค่ะ คุณแพรค่ะ 24 ชั่วโมง 
E-mail : [email protected]  
เว็บไซต์บริการของเรา : www.ppwebbet.wixsite.com/123uip
ไลน์ไอดี : pearlukpee  สะดวกทางไลน์มากที่สุดค่ะหรือเบอร์โทร  ทักไลน์ตอบ 24 ชั่วโมง
** ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมทางไลน์ได้ค่ะ  ยินดีส่งผลงานอื่นๆเพิ่มเติมให้ค่ะ *** 



...

โปรโพสลงกลุ่มบ  อ ล คา   ซิโ   น เดือนละ 58000/เดือน โพสวันละ 120 กลุ่ม เดือนละ 3200 กลุ่ม 
รีพอตร์ รายวัน มีรีพอตร์ทุกวัน  คนเข้าสมัครขั้นต่ำ 5-10 ยูส/วัน เดือนละ 50ยูส+/เดือน แต่ทางเราไม่การันตีว่าจะได้ เป๊ะๆตามที่แจ้งนะคะ ขึ้นอยู่กับ โปรลูกค้า ตัวเกม ตัวเว็บและระบบ


#โปรนี้ทำแคปชั่นทำภาพให้พร้อมค่ะ โปรโมทหลังรับยอดเงินทันที!!!!

#สำหรับลูกค้าที่งบน้อย  บริการโพสกลุ่มของเรานั้นมีราคาให้บริการดังนี้..........

กลุ่มที่ใช้โพสจะคละ กันไม่ซ้่ำประมาณ 300 - 500 กลุ่ม ] นอกนั้นจะโพสซ้ำกลุ่ม 

ซึ่งก็จะคนละวันกันโพสเพื่อให้คนเห็นมากขึ้นบ่ออยขึ้น
  และกลุ่มที่โพสจะมีสมาชิกในกลุ่ม  ตั้งแต่หลักพัน - แสน +   เป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ!!!  
  
        โพสจำนวน  500 กลุ่ม     8500 บาท   [ เสร็จใน 1  week ]
        โพสจำนวน  1000 กลุ่ม 15000 บาท [ เสร็จใน 2 week ]
        โพสจำนวน  2000 กลุ่ม  25000 บาท [ เสร็จใน 1 เดือน ]
        โพสจำนวน  3200 กลุ่ม    58000 บาท [ เสร็จใน 1  เดือน  ]


บริการโพสกลุ่มดีอย่างไร???  ทำไม สายดัมจึงจำเป็นต้องใช้บริการ 



- บริการโพสกลุ่มเหมาะสำหรับ เว็บเปิดใหม่เว็บไซต์ที่ต้องการคนสมัครและเข้าถึงโปรโมชั่น
- การทำการตลาดของเว็บเปิดใหม่เทคนิคนี้ค่อนข้างได้ผลกว่า 80% แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละโปร 
* ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่าทุกเจ้าจะได้ลูกค้าเหมือนกัน มากเท่ากัน หรือได้ลูกค้าด้วยกันทุกเจ้า
- แต่ละเจ้าจะได้ ลูกค้าไม่เท่ากัน เฉลี่ย  วันละ 1 - 5 คน หรือ 5 - 10 คน เดือนละ 50 - 100+  
- ซึ่ง โปรที่จะได้เห็นผลดี คือโปร  แจกเครดิตฟรี   โปรฝาก รับ 100%  โปรฝากขั้นต่ำเพียง 50 - 100 บาท  หรือโปรที่แจกเยอะ
- สำหรับการแข่งขันเราใช้ การโพส เพื่อใช้โปรเป็นแรงจูงใจในการสมัครเพราะฉะนั้นโปรสำคัญมาก
- นอกจากโปรแล้ว  เว็บ ระบบบริการการตอบคำถาม  การพูดคุย การปิดลูกค้าของตัวเว็บเอง ที่จะช่วยเราก็สำคัญเพราะนั่นคือการได้ลูกค้าของคุณ ซึ่งจะได้ลูกค้าไม่ได้อยู่ที่ต้องช่วยกันทั้งสองฝ่าย
- นอกจากบริการโพสกลุ่มแล้ว ทางเรายังมีบริการที่หลากหลายมากกว่านี้สำหรับการทำการตลาดซึ่งท่านสามารถสอบถามเพิ่มเติมผ่านทางไลน์ ของเราได้  โดยเราตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง  
- บริการ facebook ads เริ่มที่ 45000  บาทสำหรับสายดัม  , โพสกลุ่มเริ่มที่ 8500 สำหรับสายดัม , บริการไลฟฺสดบะร่า เอนเตอร์เทรน์ไลฟฺ ไลฟ์สดแทงโชว์ เน้นฮา เริ่มที่ 2500 - 58000 สำหรับโปรตอนนี้  ,  บริการ หน้าม้าคอมเมนท์ ,แชร์โพส , สร้างแฟนเพจ พร้อมฐานติดตาม,ติดแบนเนอร์เว็บดูหนังออนไลน์ หรืออื่นๆ มีอีกมากมายหลากหลายบริการ  หรือบริการไลฟ์ สตรีมหนัง บนแฟนเพจ พร้อมติดแบนเนอร์ ก็มีสอบถามได้เลยค่ะ......
............................................................................................


ติดต่อเรา  081-355-9481 ค่ะ คุณแพรค่ะ 24 ชั่วโมง 
E-mail : [email protected]  
เว็บไซต์บริการของเรา : www.ppwebbet.wixsite.com/123uip
ไลน์ไอดี : pearlukpee  สะดวกทางไลน์มากที่สุดค่ะหรือเบอร์โทร  ทักไลน์ตอบ 24 ชั่วโมง
** ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมทางไลน์ได้ค่ะ  ยินดีส่งผลงานอื่นๆเพิ่มเติมให้ค่ะ *** 

2
เครื่องเป่าถุงพลาสติก HDPE/LDPE รุ่น SJ-55, SJ-65 และ SJ-75
ผู้นำเข้าเครื่องจักรสำหรับผลิตถุงพลาสติก อาทิเช่นเครื่องตัดถุงพลาสติก, เครื่องเป่าถุงพลาสติก HDPE/LDPE หลายไซส์หลายขนาด 
ตั้งแต่ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ไปถึงถุงที่มีไซส์ขนาดใหญ่และยังนำเข้าเครื่องจักรที่ใช้สำหรับผลิตถุงพลาสติกประเภท ABS
บริษัทเรามีความตะหนักในการทำเครื่องจักรให้มีคุณภาพอยู่ตลอดเวลาทั้งเรื่องคุณภาพต้องพัฒนาอย่างไม่หยุดหย่อน
เพิ่มคุณภาพให้ทางเครื่องจักรและปรับแต่งเครื่องจักรให้ได้มาตราฐานอยู่ตลอดเวลาทั้งเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ และเพื่อให้ได้คุณภาพของสินค้าให้ดีที่สุด เครื่องเป่าถุงพลาสติก ที่ทางบริษัทเรานำเข้าก็จะมีอยู่หลายขนาดด้วยกันแต่หลักๆที่เรานำเข้าและเป็นที่นิยมในประเทศไทยได้แก่
SJ-55,SJ-65, และ SJ-75 ถ้าท่านสนใจสามารถติดต่อเข้ามาสอบถามได้ครับ ทางเรายินดีให้ความรู้แก่ท่านโดยช่างผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี และในการติดตั้งเครื่องจักรของทางบริษัทเรานั้น เราจะมีช่างผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้งเครื่องจักรอยู่สอนท่านลูกค้าจนกว่าท่านลูกค่าจะเป็นและพึงพ่อใจกับผลลัพธ์ครับ สนใจสามารถติดต่อเข้ามาได้ครับ
ติดต่อ :
Email : [email protected]
เบอร์โทรศัพท์ : 0816428557, 0812079977 (คุณสมนึก)
Website : https://www.cctgroup.co.th 

3
เครื่องเป่าถุงพลาสติก HDPE/LDPE รุ่น SJ-55, SJ-65 และ SJ-75
ผู้นำเข้าเครื่องจักรสำหรับผลิตถุงพลาสติก อาทิเช่นเครื่องตัดถุงพลาสติก, เครื่องเป่าถุงพลาสติก HDPE/LDPE หลายไซส์หลายขนาด 
ตั้งแต่ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ไปถึงถุงที่มีไซส์ขนาดใหญ่และยังนำเข้าเครื่องจักรที่ใช้สำหรับผลิตถุงพลาสติกประเภท ABS
บริษัทเรามีความตะหนักในการทำเครื่องจักรให้มีคุณภาพอยู่ตลอดเวลาทั้งเรื่องคุณภาพต้องพัฒนาอย่างไม่หยุดหย่อน
เพิ่มคุณภาพให้ทางเครื่องจักรและปรับแต่งเครื่องจักรให้ได้มาตราฐานอยู่ตลอดเวลาทั้งเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ และเพื่อให้ได้คุณภาพของสินค้าให้ดีที่สุด เครื่องเป่าถุงพลาสติก ที่ทางบริษัทเรานำเข้าก็จะมีอยู่หลายขนาดด้วยกันแต่หลักๆที่เรานำเข้าและเป็นที่นิยมในประเทศไทยได้แก่
SJ-55,SJ-65, และ SJ-75 ถ้าท่านสนใจสามารถติดต่อเข้ามาสอบถามได้ครับ ทางเรายินดีให้ความรู้แก่ท่านโดยช่างผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี และในการติดตั้งเครื่องจักรของทางบริษัทเรานั้น เราจะมีช่างผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้งเครื่องจักรอยู่สอนท่านลูกค้าจนกว่าท่านลูกค่าจะเป็นและพึงพ่อใจกับผลลัพธ์ครับ สนใจสามารถติดต่อเข้ามาได้ครับ
ติดต่อ :
Email : [email protected]
เบอร์โทรศัพท์ : 0816428557, 0812079977 (คุณสมนึก)
Website : https://www.cctgroup.co.th 

4
เติมคอยส์ COINS เติมเงิน Mico Live, Mico เติมเพชร Mico Live, Mico

"ได้เยอะกว่าเติมผ่านแอป"
พร้อมรับสมัครวีเจ มีเงินเดือน+ค่าของขวัญ 





111Topup เปิดบริการ เติมคอยส์ เติม COINS เติมเพชร เติมรูบี้ วิธีการเติมเงิน เติมคอยส์ MICO เติม COINS เติมเพชรง่ายนิดเดียว เพียงแค่โอนเงินผ่านเลชบัญชีธนาคารของเรา แจ้งโอน พร้อมบอกเลขไอดี รอรับคอยส์ไม่เกิน 30 วินาที การันตีได้คอยส์ชัวร์ แถมเยอะกว่าเติมผ่านในแอป ไม่โกง ไม่หลอก แน่นอน โดยมีการเติมเงินแบบ 2 ช่องทางหลักคือ

1. เติมคอยส์ MICO  เติมผ่านระบบธนาคาร ATM,ฝากเงินผ่านตู้, Mobile Banking ,ผ่านเว็บไซด์ธนาคาร


2. เติมคอยส์ MICO  เติมเงินผ่านบัตรเติมเงิน ทรูมันนี่ 


111Topup รีบแอดไลน์เพื่อรับโปรโมชั่น แถมคอยส์เพิ่มขึ้น
เติมคอยส์ MICO




Add Line : @111Topup


วิธีการเติมเงิน Kitty Live, Mico Live คอยส์ COINS เพชร


1.     แอดไลน์ @111Topup (มี @ ด้วยนะคะ) เติมคอยส์ MICO, KittyLive 


2.     โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ตามที่ระบุไว้ หรือ ถ้าเติมผ่านบัตรทรูมันนี่ ให้ส่งหลักฐานบัตรมาที่ไลน์แอด @111Topup


3.     แจ้งเลขไอดี แอฟ Kitty Live, Mico ในไลน์


4.     เมื่อทีมงานรับเรื่องแล้วไม่เกิน 30 วินาทีคุณจะได้รับคอยส์ (COINS) ใน แอฟ Kitty Live, Mico


5.     เติมคอยส์ MICO, KittyLive  เปิดบริการเติมเงินทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 02.00 น. (8โมงเช้า-ตี2 ทุกวัน)


 


 


รับสมัครวีเจ ไลฟ์ มีเงินเดือน + ค่าของขวัญ เงินเดือนขั้นต่ำ 6000 บาท 


 


สมัครวีเจ เข้า สังกัด 111 ทำงาน ขั้นต่ำ 20 วัน 30 ชั่วโมงต่อเดือน ทำงานที่บ้านไลฟ์ ออนไลน์ผ่านมือถือ 


มีการันตีเงินเดือน 6000-10000 บาท สำหรับวีเจใหม่ มีเทรนด์งานก่อนขึ้น ไลฟ์ดี ตั้งใจไลฟ์ สังกัดพร้อมซัพพอร์ต ในการหายูสให้แน่นอน รายได้หลักหมื่น - ถึงแสน บาทต่อเดือน


** วีเจที่เคยไลฟ์ BIGO VIBIE YAYA MCAT MLIVE มีการันตีพิเศษ คลิ๊กเลย


สนใจสมัครวีเจ คลิ๊กเลย  https://lin.ee/0apXPWf


 

5
TOP ชูกลยุทธ์ 3Vs ขับเคลื่อนองค์กร ขยายลงทุนสู่ธุรกิจ High Value, New S-Curve

นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไทยออยล์ (TOP) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานและเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ ?Empowering Human Life through Sustainable Energy and Chemicals? สอดคล้องแนวโน้มอุตสาหกรรมพลังงานที่กำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่าน Energy Transition เพื่อใช้พลังงานสะอาด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น บริษัทฯ จึงปรับกลยุทธ์องค์กรเพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต โดยอาศัยรากฐานที่มั่นคงจากธุรกิจหลัก(Building on Our Strong Foundation) อย่างธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและธุรกิจอะโรเมติกส์ต่อยอดการเติบโตสู่ธุรกิจใหม่ ได้แก่ ธุรกิจโอเลฟิน ธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value Products: HVP) ธุรกิจไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียน การขยายตลาดสู่ระดับภูมิภาค จนถึงการลงทุนธุรกิจใหม่ ๆ ที่เป็น New S-Curve เพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทพลังงานที่ยั่งยืน

ภายใต้การขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน (3Vs) ซึ่งประกอบด้วย

Value Maximization : Integrated Crude to Chemicals การบูรณาการต่อยอดห่วงโซ่คุณค่าจากธุรกิจโรงกลั่นสู่ธุรกิจปิโตรเคมี เช่น อะโรเมติกส์ โอเลฟิน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงเพื่อเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้กับผลิตภัณฑ์ และเสริมความสามารถในการแข่งขันของไทยออยล์

Value Enhancement : Integrated Value Chain Management การบูรณาการขยายตลาดและกระจายผลิตภัณฑ์ไปสู่ต่างประเทศในระดับภูมิภาค เน้นตลาดที่มีความต้องการสูงเพื่อเข้าถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายยิ่งขึ้น

Value Diversification การกระจายการเติบโตสู่ธุรกิจที่มีความมั่นคงของผลกำไร เช่น ธุรกิจไฟฟ้า รวมถึงแสวงหาโอกาสในธุรกิจใหม่ที่เป็น New S-Curve เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทฯ ดำเนินการต่อยอดความแข็งแกร่งทางธุรกิจ โดยได้เข้าร่วมลงทุนในบริษัท PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรชั้นนำรายใหญ่ที่สุดของประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นก้าวแรกในการรุกเข้าสู่ธุรกิจปิโตรเคมีสายโอเลฟิน ส่งผลให้โครงสร้างธุรกิจปิโตรเคมีของไทยออยล์ ครอบคลุมทั้งสายอะโรเมติกส์และสายโอเลฟิน สร้างโอกาสในการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปลายน้ำที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยบริษัทฯ เริ่มได้รับส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น 15% ของ CAP ตั้งแต่ไตรมาส 4/64 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังเป็นการขยายตลาดไปสู่ประเทศอินโดนีเซียที่มีความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในระดับสูง อีกทั้ง ได้สร้างความร่วมมือทางการค้าใหม่ๆ โดยไทยออยล์ได้ทำสัญญาเพื่อส่งผลิตภัณฑ์จากโรงกลั่นเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับผลิตปิโตรเคมีให้กับ CAP และได้ทำสัญญาเพื่อจำหน่ายพอลิเมอร์เรซิน (Polymer Resin) และผลิตภัณฑ์ในรูปของเหลวอื่นๆ ของ CAP อีกด้วย นับเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ

นางวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการเงินและบัญชี TOP กล่าวว่า บริษัทฯ เตรียมความพร้อมรองรับการขยายธุรกิจเพื่อสร้างโอกาสเติบโตในอนาคต โดยมีแผนปรับโครงสร้างทางการเงินระยะยาว ผ่านการเพิ่มทุนและปรับลดสัดส่วนการลงทุนใน บมจ. โกล. เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเงินที่ได้รับไปชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น (Bridging Loan) จากการเข้าลงทุนใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) ในช่วงไตรมาส 3/2564 ที่ผ่านมา รวมถึงรองรับการลงทุนขยายธุรกิจในอนาคตของไทยออยล์ด้วย

โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 17 ก.พ.65 ได้มีมติเห็นชอบการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 2,751,200,000 บาท จากปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนจำนวน 20,400,278,730 บาท ซึ่งจะเพิ่มเป็น 23,151,478,730 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 275,120,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 10 บาท ประกอบไปด้วย การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering: PO) จำนวนไม่เกิน 239,235,000 หุ้น ซึ่งรวมการเสนอขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น สัดส่วนไม่น้อยกว่า 80% ของหุ้นสามัญทั้งหมดที่ออกและเสนอขายในครั้งนี้ โดยจะไม่จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นที่จะทำให้หรืออาจเป็นผลให้บริษัทฯ มีภาระหรือหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ และอาจพิจารณาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนบางส่วนให้แก่ประชาชนทั่วไปด้วย และบริษัทฯ อาจพิจารณาจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อรองรับการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนโดยผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน (Over-Allotment Agent) เพื่อรองรับกระบวนการจัดสรรหุ้นส่วนเกินกว่าจำนวนที่จัดจำหน่าย (Over-Allotment) จำนวนไม่เกิน 35,885,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 15% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดที่เสนอขายในครั้งนี้ ในกรณีที่มีผู้จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ เกินกว่าจำนวนที่เสนอขาย

ขณะเดียวกันที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติเห็นชอบการจำหน่ายหุ้นสามัญของ GPSC จำนวนทั้งสิ้น 304,098,630 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10.78% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ GPSC เป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 22,351 ล้านบาท ให้แก่ บมจ.ปตท. (PTT) และ/หรือ บริษัท สยาม แมนเนจเม้นท์ โฮลดิ้ง จำกัด (SMH) ซึ่ง ปตท. ถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วน 100% โดยจะนำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 65 ของ TOP ในวันที่ 7 เม.ย.นี้ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติต่อไป

6
มาแล้วลูกจ๋า แบงก์ชาติใช้ crypto มานานแล้วนะ

เมื่อช่วงต้นปี พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศห้ามใช้สินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซีชำระสินค้าและบริการ เพราะต้องการกำกับดูแลและควบคุมการนำสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซีมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ (Means of Payment) ที่จะส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเงินและระบบเศรษฐกิจโดยรวม รวมถึงเป็นความเสี่ยงต่อประชาชนและธุรกิจ เช่น ความเสี่ยงจาการสูญเสียมูลค่าที่เกิดจากความผันผวนของราคา ความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ ความเสี่ยงข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล รวมถึงอาจถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการฟอกเงิน

แต่อย่างไรก็ตามหากท่านผู้อ่านได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซีจะพบกว่าธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของประเทศไทยคือ บาทดิจิทัล หรือ Central Bank Digital Currency : CBDC ที่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทยเอง ซึ่งบาทดิจิทัลดังกล่าวมีการใช้งานจริงแล้วโดยเฉพาะการโอนเงินระหว่างประเทศหรือในระดับสถาบันการเงินหรือ Wholesale Central Bank Digital Currency : Wholesale CBDC ซึ่งได้พัฒนามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 ระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยกับธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ทำให้สามารถช่วยลดระยะเวลาการโอนเงินระหว่างประเทศเหลือเพียงหลักวินาทีเมื่อเปรียบเทียบกับการโอนเงินในรูปแบบดั้งเดิมที่ใช้ระยะเวลาประมาณ 3-5 วันรวมถึงช่วยลดต้นทุนการโอนเงินระหว่างประเทศได้มากกว่าครึ่งหนึ่งอีกด้วย

ผลสำเร็จดังกล่าวก็ทำให้ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยขยายโครงการพัฒนาร่วมกับกลุ่มธนาคารกลางอีกหลายแห่ง เช่น ธนาคารกลางแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (CBUAE) สถาบันศึกษาของธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (PBC DCI) โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพจากการจัดการสภาพคล่อง การรักษาความเป็นส่วนตัวของธุรกรรมทางการเงินและความสามารถในการใช้เทคโนโลยีการประมวลผลแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology: DLT) สำหรับรองรับปริมาณธุรกรรมจำนวนมาก เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อขยายขอบเขตการพัฒนาไปสู่ธนาคารพาณิชย์และผู้ใช้งานในอนาคต

จึงเห็นได้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยได้ใช้และพัฒนาระบบการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลหรือหรือคริปโทเคอร์เรนซีมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ดังนั้นการประกาศห้ามใช้สินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซีชำระสินค้าและบริการดังกล่าว ของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าในอนาคตอันใกล้ประชาชนจะสามารถใช้เงินบาทดิจิทัล หรือ CBDC เพื่อใช้ชำระสินค้าและบริการอย่างถูกต้องตามกฎหมายภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางต่าง ๆ จึงเป็นที่สนใจว่าเมื่อ CBDC หรือเงินบาทดิจิทัลถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายแล้วจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลหรือหรือคริปโทเคอร์เรนซีในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้หรือซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน หรือ stable coin ทั้งหลาย

นายปรุงศักดิ์ เชาวน์ชาติ
ทนายความหุ้นส่วน กลุ่มสำนักงานกฎหมายอเบอร์ (ABER Group)
อนุญาโตตุลาการผู้เชี่ยวชาญด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ประจำสถาบันอนุญาโตตุลาการ (THAC)

7
WGE สุดเจ๋ง! คว้างาน'ชาโตว์ อินทาวน์ แอท เสนาสเตชั่น' มูลค่า 292.50 ลบ. ดัน Backlog ทะลักแตะ 3,061 ลบ. ส่งซิกผลงาน Q1/65 โตโดดเด่น

WGE มือขึ้น! คว้างานก่อสร้างอาคารพักอาศัยสูง 8 ชั้น 2 อาคารของ 'โครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ แอท เสนาสเตชั่น' มูลค่า 292.50 ล้านบาท จากบริษัท พระยาพาณิชย์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ฟาก 'เกรียงศักดิ์ บัวนุ่ม'บิ๊กบอส ระบุกอด Backlog แน่นกว่า 3,061.80 ล้านบาท พร้อมลุยประมูลงานใหม่เต็มพิกัด ประเมินผลงานไตรมาส 1/2565 โตโดดเด่น

นายเกรียงศักดิ์ บัวนุ่ม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ WGE ผู้ให้บริการรับเหมาก่อสร้างอาคารแบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการ ชาโตว์ อินทาวน์ แอท เสนาสเตชั่น ซึ่งมีมูลค่าโครงการ 292,500,000.00 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) มีผู้ว่าจ้างเป็น บริษัท พระยาพาณิชย์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด โดยลักษณะงานประเภทก่อสร้างอาคารพักอาศัยสูง 8 ชั้น 2 อาคาร ประกอบด้วย งานโครงสร้าง สถาปัตยกรรม งานระบบประกอบอาคาร งานภูมิสถาปัตยกรรมและงานตกแต่งภายใน และมีระยะเวลาการก่อสร้าง 12 เดือน

'ในช่วงไตรมาส1/2565 บริษัทฯเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดได้งานเพิ่มอีก 1 โครงการ ส่งผลให้งานในมือรอรับรู้รายได้(Backlog) ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับ 3,061.80 ล้านบาท สนับสนุนผลงานในช่วงต้นปีน่าจะออกมาโดดเด่นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน ขณะเดียวกันบริษัทฯได้เตรียมความพร้อมในการยื่นประมูลงานทั้งภาครัฐและเอกชนมูลค่าไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท เพื่อเป้าหมายยอดงานในมือรอรับรู้รายได้ (backlog) เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2,000 ล้านบาท'

ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า ภาพรวมแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2565 บริษัทฯยังคงมุ่งเน้นงานภาครัฐ เช่น งานประเภทโครงสร้างพื้นฐาน หรือ อินฟราสตรัคเจอร์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเปิดให้ประมูลมากขึ้น ขณะที่งานภาคเอกชน ในส่วนของบริษัทฯยังมีลูกค้าขนาดใหญ่ในมือที่ต้องการจะขยายงานเพิ่มเติม ทำให้เชื่อว่าหลังสถานการณ์โควิด-19 มีทิศทางที่ดีขึ้นทางภาคอุตสาหกรรม อสังหาริมริทรัพย์ จะเริ่มปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน น่าจะทำให้บริษัทฯ มีงานใหม่ทยอยเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อนึ่ง ในปี 2564 บริษัทฯมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 14.03 ล้านบาท และมีรายได้จากการก่อสร้างและบริการ จำนวน 1,185.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 จำนวน 327.72 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 38.21% โดยการปรับตัวสูงขึ้นของรายได้ดังกล่าวเป็นผลมาจากงานในมือค้างรับที่สะสมต่อเนื่องและโครงการใหม่ที่บริษัทฯประมูลได้ในปี 2564 โดยกลุ่มลูกค้างานภาครัฐ คิดเป็นสัดส่วน51.59% ของรายได้จากการก่อสร้างและบริการ ขณะที่รายได้จากงานก่อสร้างกลุ่มภาคเอกชนคิดเป็นสัดส่วน 48.41% ของรายได้

8
รับตัวแทนจำหน่ายcci  สมุนไพรเปลี่ยนชีวิต รับตัวแทนจำหน่าย CCI ขายของออนไลน์ อาชีพเสริม สร้างรายได้เสริม ขายของออนไลน์อะไรดี ที่นีมีคำตอบ กำไรขายปลีกสูงถึง 400 บาท
จาก"สมุนไพร"ริมรั้วต้นเล็กๆ สู่นวัตกรรมสารสกัดสมุนไพร
ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก‼ เราจะก้าวอย่างมั่นคง 
สู่เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว..."ความสำเร็จอันสูงสุด!" 
หากคุณพร้อมที่จะเติบโต พร้อมที่จะเป็นนักธุรกิจ
ผู้ประสบความสำเร็จแล้ว
อย่ารีรอ...ร่วมกับ CCI ธุรกิจยุคใหม่สร้างรายได้ที่มั่นคง 
เพื่อชีวิตที่ยั่งยืน
ฉลองเปิดสำนักงานใหญ่ พร้อมแล้ว 
สมัครวันนี้ รับสิทธิพิเศษ เรียนขายของออนไลน์ ฟรี
หารายได้เสริม อาชีพเสริม ยุคนี้ สร้างรายได้เสริม
ขอขอบคุณทุกความเชื่อมั่น และความไว้วางใจ 
บริษัท ซีซีไอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สนใจธุรกิจสอบถามได้ที่นี่ มาขายสมุนไพรกันเถอะ รายได้ดี สุขภาพดี ที่นี่ที่เดียว

รับตัวแทนจำหน่าย CCI มาตรฐานระดับสากล มั่นใจในคุณภาพ ธุรกิจนี้ดี อาชีพเสริม ทำแล้วรวย สุขภาพดี รายได้มั่นคง

สนใจ กรอกข้อมูลรับรายละเอียด+ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซด์...
 www.saleherb.com


รับสมัครตัวแทนธุรกิจ 
Line : @saleherb(มี@นำหน้า)



9
ธุรกิจ งาน / CHO เดินหน้าสู่โรดแมป CHO Tech Riders 2030
« เมื่อ: มีนาคม 21, 2022, 08:33:53 PM »
CHO เดินหน้าสู่โรดแมป CHO Tech Riders 2030

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นายณรงค์ องอาจมณีรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนางพานทอง โนวะ ประธานคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO ร่วมนำเสนอข้อมูลบริษัท ในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยระบุว่าปี 2565 ผลงานยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าในไตรมาส 2/2565 จะเริ่มฟื้นตัว เนื่องจากทยอยรับรู้ผลจากการลงทุนในรูปแบบ SPAC ผ่าน Arogo Capital Acquisition Corp. ในประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งบริษัทฯ มีรายได้ประจำ (Recurring Income) จากการให้บริการซ่อมบำรุงรถเมล์ NGV489 คัน ซึ่งเป็นสัญญาระยะยาว 10 ปี และโครงการรถรับส่งพนักงาน SCG สัญญา 5 ปี ขณะที่มีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) 1,664 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายศูนย์ซ่อมบำรุง "สิบล้อ 24 ชม." อีก 3 แห่ง ในปี 2565-66 พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งเป็นไปตามแผนโรดแมป CHO Tech Riders 2030 มุ่งสู่การเป็นบริษัท Technology สนับสนุนการเติบโตก้าวกระโดด ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้

ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกงฮั่งเส็งปิดลบ 191.06 จุด จากแรงขายทำกำไร


ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากการเทขายทำกำไรของนักลงทุน หลังจากที่ตลาดเปิดบวกกว่า 400 จุด ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (18 มี.ค.)

ดัชนีฮั่งเส็งปิดวันนี้ที่ 21,221.34 จุด ลดลง 191.06 จุด หรือ -0.89%

10
CMO เข้าซื้อ Century 21 รุกธุรกิจบริหารคอนโดฯ-เล็งซื้อแพลตฟอร์มให้บริการลูกบ้าน

บมจ.ซีเอ็มโอ (CMO) รายงานต่อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึง มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เห็นชอบนำเสนอผู้ถือหุ้นเพื่อขอลงทุนในบริษัท Century21 Property Aims จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจทางด้าน Property Management โดยที่ผ่านมา บริษัทดังกล่าวมีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ มีรายได้ที่มั่นคง มีโอกาสการเติบโตค่อนข้างสูง โดยมีโครงการอาคารชุด หรือ คอนโดมิเนียม ที่อยู่ภายใต้การบริหารประมาณ 100 โครงการ

สำหรับการเข้าซื้อบริษัท Century21 Property Aims ในครั้งนี้ นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CMO กล่าวว่า บริษัทดังกล่าวปัจจุบัน มีโครงการบริหารประมาณ 100 โครงการ คิดเป็นจำนวนยูนิตรวมประมาณเกือบ 100,000 ยูนิต มีผู้อยู่ศัยรวมกว่า 250,000 คน ซึ่งทาง ซีเอ็มโอ มีแผนงานเข้าซื้อกิจการบริษัทหนึ่งเป็นแพลตฟอร์ม เพื่อให้บริการในด้านต่างๆ กับผู้อยู่อาศัยในโครงการที่บริหาร ไม่ว่าจะเป็น การทำความสะอาด การซ่อมบำรุง และใช้บริการ facility ต่างๆ และใช้ influencer ในการสร้าง activity ให้กับผู้ใช้จะทำให้เกิดเป็น community ecosystem ขึ้นในแอพทันที

ทั้งนี้ทั้งนั้นยังสามารถสร้าง loyalty program (gamification burn and earn point) ได้อีกด้วย ซึ่งจะทำให้ ซีเอ็มโอ มี big data กับกลุ่มนี้เป็นจำนวนมาก และสามารถนำไปใช้กับกลุ่มลูกค้าอื่นๆ ได้อีกอย่างกว้างขวาง อาทิ กลุ่มลูกค้าด้านอีเว้นท์ และ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เป็นต้น

"เรากำลังจะ transform รูปแบบธุรกิจจาก 1.0 เป็น 2.0 และ 3.0 ในอนาคต เรื่อง Big Data เป็นเรื่องสำคัญ ใครที่ยึด Big Data ได้จะสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจได้มากกว่าคนอื่นๆ" นายกิติศักดิ์ กล่าว
นายกิติศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า หลังการเข้าลงทุนใน Century21 Property Aims ซีเอ็มโอ จะเร่งให้มี การขยายการเข้าบริหารงานในอาคารต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ และกำไรเติบโตขึ้น และนำ Big Data ดังกล่าวมาขยายธุรกิจในฝั่ง 2.0 และ 3.0 ต่อไป โดยตั้งเป้าหมายให้มีกลุ่มผู้อยู่อาศัยในโครงการที่บริหารให้มีประมาณ 1,000,000 คน

ปัจจุบัน CMO มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจภายใต้คอนเซ็ปต์ "Experience-Tech Creator" โดยมุ่งรวมธุรกิจ Event และ Entertainment เข้าเป็น Tech Company อย่างเต็มตัว เพื่อครอบคลุมการให้บริการต้นน้ำยันปลายน้ำ และมุ่งสร้าง Experience ใหม่ๆ ให้กับกลุ่มลูกค้าในแบบ End To End Experience ตั้งแต่ธรุกิจ 1.0, 2.0 และ 3.0

11
ฮ่องกงไฟเขียวเปิดรับเที่ยวบินจาก 9 ประเทศรวมสหรัฐ เริ่ม 1 เม.ย.นี้
 
นางแคร์รี ลัม ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ออกแถลงข่าวในวันนี้ระบุว่า รัฐบาลฮ่องกงเตรียมอนุญาตให้เที่ยวบินจาก 9 ประเทศที่มีความเสี่ยงด้านโควิด-19 สูง ซึ่งรวมถึงสหรัฐ อังกฤษ และออสเตรเลีย สามารถเดินทางเข้าสู่ฮ่องกงได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ ผู้เดินทางยังสามารถลดระยะเวลาการกักตัวในโรงแรมเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง หากแสดงผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นลบ

อย่างไรก็ตาม ฮ่องกงจะยังคงใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมส่วนใหญ่ต่อไป เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

ข้อมูลล่าสุดเมื่อวานนี้ (20 มี.ค.) ระบุว่า ฮ่องกงมีผู้เสียชีวิตจากโควิด 246 คน และผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,149 คน ซึ่งต่ำที่สุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ จากระดับกว่า 50,000 คนเมื่อต้นเดือนมีนาคม

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการพิจารณาแนวทางรับมือโควิด-19 ของฮ่องกงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากภาคธุรกิจการเงินและประชาชนทั่วไปได้แสดงความไม่พอใจต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

12
ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวก 274.17 จุด ขานรับเจรจาไบเดน-สี, ราคาน้ำมันทรงตัว

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (18 มี.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นอย่างมาก หลังจากที่การเจรจาระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐและประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเกี่ยวกับวิกฤตยูเครนนั้นได้สิ้นสุดลงโดยไม่มีเรื่องน่าประหลาดใจอย่างมากแต่อย่างใด

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,754.93 จุด เพิ่มขึ้น 274.17 จุด หรือ +0.80%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,463.12 จุด เพิ่มขึ้น 51.45 จุด หรือ +1.17% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,893.84 จุด เพิ่มขึ้น 279.06 จุด หรือ +2.05%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีทั้ง 3 ตัวปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย. 2563 โดยดัชนีดาวโจนส์ พุ่งขึ้น 5.5%, ดัชนี S&P500 พุ่งขึ้น 6.2% และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 8.2%

ราคาน้ำมันที่ลดลงได้ช่วยคลายความวิตกให้กับตลาด นอกจากนี้ นักลงทุนยังขานรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันพุธ (16 มี.ค.) รวมถึงแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ

ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ปธน.ไบเดนได้เตือนปธน.สีว่า จะมีผลกระทบตามมา หากจีนให้การสนับสนุนรัสเซียในการบุกโจมตียูเครน โดยทั้งสหรัฐและจีนได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขวิกฤตด้วยวิธีทางการทูต

ขณะที่ปธน.สีได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกนาโตจัดการเจรจากับรัสเซีย และไม่ได้ตำหนิที่รัสเซียบุกโจมตียูเครน

หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P500 ปิดบวกในวันศุกร์ โดยกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปิดบวก 2.2% และกลุ่มบริการด้านการสื่อสาร เพิ่มขึ้น 1.4% ขณะที่หุ้นลบเพียงกลุ่มเดียวได้แก่กลุ่มสาธารณูปโภคซึ่งลดลง 0.9%

หุ้นโมเดอร์นา ปิดพุ่งขึ้น 6.3% หลังยื่นขอให้สำนักงานอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็มที่ 4

หุ้นโบอิ้ง ปิดบวก 1.4% หลังมีรายงานว่า สายการบินเดลตา แอร์ไลน์ได้สั่งซื้อเครื่องบินรุ่น 737 MAX 10 ของโบอิ้งจำนวนมากถึง 100 ลำ

แต่หุ้นเฟดเอกซ์ คอร์ป ร่วงลงเกือบ 4% หลังรายงานผลประกอบการรายไตรมาสออกมาอ่อนแอกว่าคาด

13
ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ รอปัจจัยใหม่ แต่ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมัน

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ แกว่งไซด์เวย์สอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบ เนื่องด้วยนักลงทุนยังคงรอปัจจัยใหม่ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการเจรจาหาข้อยุติการทำสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งปัจจุบันยังไม่เห็นความคืบหน้าเชิงบวก ขณะเดียวกันการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ก็ยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน

แต่อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบฟิวเจอร์ยังคงปรับตัวขึ้น เป็นผลต่อเนื่องจากการคว่ำบาตรรัสเซีย โดยมีการคาดการณ์ว่าสหรัฐและรัสเซียจะลดการส่งออกน้ำมัน ประมาณ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้เป็นผลบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงานที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้นในวันนี้

ให้แนวรับไว้ที่ 1,670-1,674 จุด และแนวต้าน 1,685-1,690 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (18 มี.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,754.93 จุด เพิ่มขึ้น 274.17 จุด หรือ +0.80% , ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,463.12 จุด เพิ่มขึ้น 51.45 จุด หรือ +1.17% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,893.84 จุด เพิ่มขึ้น 279.06 จุด หรือ +2.05%
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการวันนี้ (21 มี.ค.) เนื่องในวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 21,823.07 จุด เพิ่มขึ้น 410.67 จุด หรือ +1.92% และดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,255.62 จุด เพิ่มขึ้น 4.55 จุด หรือ +0.14%
ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (18 มี.ค.) ที่ระดับ 1,678.51 จุด ลดลง 3.25 จุด, -0.19%
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,435.29 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 มี.ค.65
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.(18 มี.ค.) เพิ่มขึ้น 1.72 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 104.70 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ลดลง 4.2% ในสัปดาห์นี้
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (18 มี.ค.) อยู่ที่ 9.27 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 33.32 อ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อนตามทิศทางภูมิภาค ให้กรอบ 33.25-33.40
"คลัง" สั่ง "แบงก์รัฐ" หนุนเงินทุนธุรกิจสตาร์ทอัพ คาดมาตรการเว้นภาษี Capital Gains Tax ปลุกลงทุนสตาร์ทอัพพุ่ง 3.2 แสนล้านบาทในปี 69 "ศุภชัย" ชี้สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 7.9 แสนล้าน จ้างงานเพิ่มกว่า 4 แสนตำแหน่ง "ชัยวุฒิ" ลั่น อยู่ระหว่างเสนอร่างพ.ร.ฎ. หวังปลุกแรงบันดาลใจสตาร์ทอัพปั้นสู่ Soft Power ประเทศ "บีโอไอ" กางแผน 4 ด้าน พัฒนา "แอพ-ดีพเทค" ให้สิทธิเว้นภาษี 13 ปี
"บิ๊กคอร์ป" เปิดแผนลุยลงทุนสตาร์ทอัพ ขับเคลื่อน New business เร่งดันนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ใหม่ "ดับบลิวเอชเอ" รุกลงทุน 2 สตาร์ทอัพ พัฒนาโลจิสติกส์ "โออาร์"เดินหน้าลงทุน 5 สตาร์ทอัพ ต่อยอดธุรกิจ "เอสซีจี" ขยายลงทุนซีรีส์ "ซี-ดี" ด้านมิตรผลหนุนฟู้ดเทค สตาร์ทอัพ ค่ายพฤกษาฯลุย" พร็อพเทค-เฮลธ์เทค" "แสนสิริ" ดึงสตาร์ทอัพ 4 ด้าน เสริมทัพ กลุ่มค้าปลีก ผนึกกำลังร่วม สตาร์ทอัพหวังดึงนวัตกรรมเสริมแกร่งบริการ
"ส.อ.ท." ผวาต้นทุนการผลิตสูงต่อเนื่องจากวิกฤตขัดแย้ง "รัสเซีย-ยูเครน" ดันน้ำมัน-ค่าไฟ-LPG ขยับยกแผง วัตถุดิบ-บรรจุภัณฑ์ราคาพุ่ง ล่าสุดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% คาดอาจปรับอีก 6 ครั้ง รับราคาสินค้าเริ่มอั้นไม่ไหว ห่วง SMEs อาจกลับไปทรุดหนัก แนะรัฐออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อประคอง ศก.
สงครามรัสเซีย-ยูเครนฟาดหางส่งออกไทยปี'65 สภาผู้ส่งออกชี้ไตรมาส 2 วูบเฉียด 1 แสนล้าน หั่นเป้าทั้งปีเหลือแค่ 5% เตือนเอกชนตั้งรับผลกระทบทางอ้อมรุนแรง หลังท่าเรือรัสเซียปิด แห่ย้ายพอร์ส่งผ่าน "ท่าเรือยุโรป" แทน ระบบโลจิสติกส์ปั่นป่วนเกิดปัญหาคอขวด สายการเดินเรือส่งสัญญาณชะลอรับส่งสินค้า ทั้งค่าระวางเรือสูงลิ่ว ขณะที่ยุโรป-สหรัฐปรับลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจหวั่นคำสั่งซื้อใหม่เดือน พ.ค.ร่วง ส.อ.ท.จี้รัฐวางมาตรการช่วยเอกชนอ่วมต้นทุนพุ่งศูนย์วิจัยกสิกรฯ ชี้ส่งออกโตต่ำกดดันจีดีพี
*หุ้นเด่นวันนี้
M (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ" เป้าหมาย 62 บาท ระยะสั้นกำไรไตรมาส 1/65 จะทรงถึงปรับขึ้น Q-Q เป็นราว 400-450 ลบ.จาก SSSG ที่บวกแรงทุกแบรนด์ ส่วนต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับขึ้นชดเชยได้จากการปรับขึ้นราคาอาหารทำให้ Gross Margin คาดยังทรงตัวได้ ประเด็นต้นทุนยังต้องติดตาม มีโอกาสปรับขึ้นราคาเพิ่มเติมหากราคาวัตถุดิบปรับขึ้นต่อเนื่องจากไม่ได้ล็อคราคาในปีนี้ อย่างไรก็ตามภาพรวมการฟื้นตัวยังแข็งแรงจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ค่อนข้างปกติในปัจจุบัน เราคาดกำไรปี 2565 โตแรงเป็น 2.2 พันลบ.จากฐานต่ำปีก่อน และขึ้นเป็น 2.5 พันลบ.ในปี 2566 ใกล้เคียงก่อน COVID-19
CPN (กรุงศรี)"ซื้อ" เป้า IAA Consensus 65 บาท คาดกำไรสุทธิทยอยฟื้นตัวจาก Traffic ที่เพิ่มขึ้นหลังการเปิดเมือง ขณะที่ส่วนลดค่าเช่าลดลงเหลือเฉลี่ย 20-25% เทียบกับก่อนหน้าที่ 28-56% ขณะที่ไตรมาส 2/65 เตรียมเปิดห้างใหม่ที่จันทบุรีหนุน Growth story ของพื้นที่เช่าในครึ่งปีหลัง
OSP (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 41 บาท คาดกำไรปีนี้เติบโต +15%YoY สู่ระดับ 3.7 พันล้านบาท (New High) แรงหนุนจากภาคอุปโภคบริโภคฟื้นตัว การออกสินค้าใหม่ๆ ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผสานโครงการลดต้นทุน อีกทั้งผลการดำเนินงานในเมียนมามีแนวโน้มฟื้นตัว

14
ทริสเรทติ้งเพิ่มอันดับเครดิตองค์กร“บ. เจมาร์ท” เป็น “BBB+” จาก “BBB” และหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันเป็น “BBB” จาก “BBB-” แนวโน้ม “Stable”

ทริสเรทติ้งปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) เป็น ?BBB+? จาก ?BBB? และปรับเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัทเป็น ?BBB? จาก ?BBB-? ทั้งนี้ อันดับเครดิตหุ้นกู้อยู่ในระดับต่ำกว่าอันดับเครดิตองค์กรซึ่งสะท้อนถึงความด้อยกว่าในเชิงโครงสร้างของภาระหนี้ของเงินกู้ยืมไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัทเมื่อเทียบกับสิทธิเรียกร้องในการชำระคืนหนี้ของบริษัทย่อยต่าง ๆ ของบริษัท ในขณะเดียวกันแนวโน้มอันดับเครดิตถูกปรับเป็น ?Stable? หรือ ?คงที่? จาก ?Positive? หรือ ?บวก? การปรับเพิ่มอันดับเครดิตเป็นผลมาจากการเพิ่มทุนซึ่งทำให้สถานะฐานทุนของบริษัทปรับตัวแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก

อันดับเครดิตองค์กรสะท้อนถึงระดับการก่อหนี้ที่ดีขึ้นจากฐานทุนที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ตลอดจนผลการดำเนินงานที่ดีของบริษัทซึ่งมีแรงผลักดันจากความเข้มแข็งในธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพของ บริษัทลูกหลักคือ บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) (JMT) (อันดับเครดิตอยู่ที่ ?BBB+/Stable?) รวมถึงสถานะทางการแข่งขันที่ค่อนข้างมั่นคงในธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัท

ในขณะที่อันดับเครดิตยังมีข้อจำกัดจากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตลอดจนการกระจุกตัวของแหล่งรายได้ และความไม่แน่นอนของกระแสเงินสดรับในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทอีกด้วย

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

ระดับอัตราการก่อหนี้ที่ลดลงจากการเพิ่มทุน

การปรับเพิ่มอันดับเครดิตของบริษัทมาจากการเพิ่มทุนจากบริษัทในกลุ่มบีทีเอส ซึ่งรวมไปถึง บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) (VGI) และ บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) (U City) จำนวนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ณ ช่วงสิ้นปี 2564 ส่งผลให้ระดับอัตราการก่อหนี้ของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก

ณ สิ้นปี 2564 อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของบริษัทปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.2 เท่าจาก 3.8 เท่าในปี 2563 แม้ว่าสถานะการก่อหนี้จะปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก แต่ทริสเรทติ้งมองว่าแผนการขยายธุรกิจเชิงรุกโดยเฉพาะสำหรับ JMT จะทำให้เงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนจะถูกใช้ไปในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของบริษัทจะค่อย ๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3 เท่าในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า (2565-2567) ซึ่งอยู่บนสมมติฐานว่าอัตราการจัดเก็บเงินของ JMT จะยังคงยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2564 รวมไปถึงไม่ได้มีการเพิ่มทุนอีกในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ถ้าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิน 3.5 เท่าในระยะยาวก็จะส่งผลลบต่ออันดับเครดิตของบริษัทได้เช่นกัน

มีความร่วมมือภายในกลุ่มมากยิ่งขึ้นเพื่อรองรับความเสี่ยงทางธุรกิจของบริษัท

สถานะความเสี่ยงทางธุรกิจของบริษัทรวมไปถึงธุรกิจค้าปลีก (Retail) และธุรกิจการเงิน (Finance) อยู่ในระดับปานกลางจากการพึ่งพาผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทลูกบางรายถึงแม้ว่าบริษัทจะมีแหล่งรายได้ที่หลากหลายก็ตาม ในระยะยาวถ้าบริษัทสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ได้ก็จะอาจจะเป็นผลบวกต่ออันดับเครดิตของบริษัทเช่นกัน

ในปี 2564 ทริสเรทติ้งมองเห็นพัฒนาการที่ดีของความร่วมมือภายในกลุ่ม ตัวอย่างเช่น การจัดจำหน่ายสินค้าของ บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ผ่านทางเครือข่ายของ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (อันดับเครดิตอยู่ที่ ?BBB/Stable?) โดยมีจำนวนยอดขายอยู่ที่ 500 ล้านบาทในปี 2564 เพิ่มขึ้นจากประมาณ 120 ล้านบาทในปี 2563 รวมไปถึงการให้บริการสินเชื่อรายย่อยจากบริษัทซิงเกอร์ประเทศไทยและ บริษัท เคบี เจ แคปปิตอล จำกัด (อันดับเครดิตอยู่ที่ ?A-/Stable?) ช่วยส่งเสริมยอดขายสินค้าของบริษัทเจมาร์ท โมบายประมาณ 400 ล้านบาทในปี 2564 จาก 110 ล้านบาทในปี 2563 เพื่อส่งเสริมความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มบริษัทต่อไป ความร่วมมือภายในกลุ่มต้องมีมากยิ่งขึ้นจากแผนธุรกิจดังต่อไปนี้ 1) JMTเป็นผู้ให้บริการติดตามหนี้ให้แก่บริษัทเคบี เจ แคปปิตอล และบริษัทซิงเกอร์ประเทศไทย 2) บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท ให้การสนับสนุน JMT ด้วยการช่วยปรับปรุงและจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 3) JMT ร่วมมือกับบริษัทเคบี เจ แคปปิตอลในการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัย 4) การขยายสาขาร่วมของกลุ่ม

เจมาร์ท (Synergy Shop) เพื่อใช้พื้นที่ร่วมกัน

ถึงแม้ว่าความร่วมมือกันของบริษัทภายในกลุ่มจะเริ่มเห็นผลที่ดี และแผนธุรกิจในการขยายเครือข่ายหรือการลงทุนในบริษัทอื่น ๆ เพิ่มเติมจะสามารถขยายความร่วมมือกันของบริษัทภายในกลุ่มได้ดียิ่งขึ้นซึ่งอาจจะทำให้สถานะความเสี่ยงทางธุรกิจของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว แต่ในขณะเดียวกันในระยะกลาง กลุ่มเจมาร์ทก็ยังคงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการธุรกิจของกลุ่ม กระแสเงินสด และเงินทุนภายในกลุ่มที่ดีเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่สถานะความเสี่ยงทางธุรกิจด้วย

มีการพึ่งพิงผลการดำเนินงานของ JMT

ธุรกิจจัดเก็บและบริหารหนี้ด้อยคุณภาพภายใต้การดำเนินงานของ JMT เป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งที่สุดและเป็นบริษัทหลักในการสร้างกำไรซึ่งช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานโดยรวมของกลุ่มเจมาร์ท โดยในปี 2564 JMT ยังคงเป็นบริษัทหลักที่ส่งผลกำไรที่สำคัญให้แก่กลุ่มด้วยผลกำไรสุทธิที่ระดับประมาณ 1.4 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 33.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) หรือคิดเป็นประมาณ 74% ของกำไรสุทธิของกลุ่มเจมาร์ทซึ่งไม่รวมกำไรจากรายการพิเศษ เทียบกับ 80% ในปี 2563 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผลการดำเนินงานของกลุ่มเจมาร์ทมีการพึ่งพิงผลการดำเนินงานของ JMT ในระดับสูง

นอกจากนี้ ความสำคัญของ JMT ที่มีต่อกลุ่มเจมาร์ทยังเห็นได้จากการที่บริษัทได้รับการจัดสรรเงินลงทุนจากกลุ่มในปี 2564 ในสัดส่วนมากกว่า 90% ของการลงทุนรวมของกลุ่มอีกด้วย ในปี 2564 JMT ได้ใช้เงินลงทุนในสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเป็นจำนวนเงิน 8.5 พันล้านบาท ทริสเรทติ้งยังคาดว่าระดับการลงทุนของ JMT จะยังคงอยู่ในระดับสูงจากการประกาศแผนธุรกิจของกลุ่มเมื่อเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ถ้าแผนการลงทุนประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านไปที่บริษัทร่วมทุนกับทางธนาคารพาณิชย์ ภาระการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นก็อาจจะลดน้อยลงจากการที่บริษัทร่วมทุนดังกล่าวจะช่วยลดภาระหนี้ของทั้งทางบริษัทและ JMT ได้ในระยะกลาง

ธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ปรับตัวดีขึ้น

ในปี 2564 ผลการดำเนินงานในธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ดำเนินการโดยบริษัทเจมาร์ท โมบายปรับตัวดีขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โรคโควิด 19) ทั้งนี้ ในปี 2564 ยอดขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่และสินค้าที่เกี่ยวข้อง (รวมรายได้จากกิจกรรมส่งเสริมการขาย) ของบริษัทเจมาร์ท โมบาย เพิ่มขึ้น 14.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 8.1 พันล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 200 ล้านบาทในปี 2564 ปรับเพิ่มขึ้น 237.6% จากปีก่อนหน้า การปรับตัวดีขึ้นนั้นมาจากการร่วมมือกันภายในกลุ่ม แม้ว่าจะมีการชะลอตัวบ้างในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 จากการปิดเมือง (City Lockdown) ในบางส่วน ซึ่งความร่วมมือนั้นรวมไปถึง การให้สินเชื่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านบริษัทเคบี เจ แคปปิตอล และบริษัทซิงเกอร์ประเทศไทย รวมถึงการให้ความสำคัญกับช่องทางการจำหน่ายอื่น ๆ เช่น การจำหน่ายผ่านบริษัทซิงเกอร์ ช่องทางออนไลน์ และ Synergy Shop ทริสเรทติ้งคาดว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยทำให้ยอดขายของบริษัทเจมาร์ท โมบายปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ในปี 2565 บริษัทเจมาร์ท โมบายมีแผนจะขยายสาขาจำนวนประมาณ 100 สาขาซึ่งน่าจะเป็นอีกส่วนที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้

กำไรจากธุรกิจของบริษัทเจเอเอส แอสเซ็ทปรับตัวดีขึ้นแต่ยังมีความไม่แน่นอน

ธุรกิจหลักของบริษัทเจเอเอส แอสเซ็ทได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอและการปิดเมืองจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในปี 2564 รายได้ของบริษัทเจเอเอส แอสเซ็ทปรับตัวลดลง 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 434 ล้านบาท การปรับตัวลดลงของผลดำเนินการของธุรกิจหลักมาจากการปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Junction) ที่ไม่สร้างกำไร ในขณะที่ศูนย์การค้าชุมชน (Community Mall) มีการลดลงของอัตราการเช่าพื้นที่ รวมไปถึงการช่วยเหลือลูกค้าของบริษัทในยามยากลำบาก อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นเป็น 161 ล้านบาท ในปี 2564 จาก 56 ล้านบาทในปี 2563 การปรับตัวดีขึ้นเกิดจากการตีมูลค่าของสินทรัพย์ลงทุนใหม่และค่าใช้จ่ายค่าเช่าที่ลดลงเทียบกับช่วงก่อนการเริ่มใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ (TFRS 16)

ในมุมมองทริสเรทติ้ง ผลประกอบการของบริษัทเจเอเอส แอสเซ็ทยังคงมีความไม่แน่นอนจากการระบาดของโรคโควิด 19 ที่ทำให้ลูกค้ารายย่อยมีอำนาจการใช้จ่ายและความต้องการที่ลดลง รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภคในการเปลี่ยนไปซื้อสินค้าทางช่องทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งมองว่าผลประกอบการของบริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และคาดว่าบริษัทจะมีรายได้ใหม่จากศูนย์การค้าชุมชนแห่งใหม่ คือ JAS Green Village Kubon ที่เริ่มดำเนินการในปี 2565 ในอนาคต บริษัทเจเอเอส แอสเซ็ทมีแผนจะเริ่มกลับมาขยายธุรกิจในหลายโครงการ เช่น ศูนย์รับดูแลผู้สูงอายุ SENERA ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ รวมถึงศูนย์การค้าชุมชนแห่งใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างกระแสเงินสดใหม่เพิ่มเติม อย่างไรก็ตามทริสเรทติ้งมีมุมมองว่าในระยะกลางยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่

แหล่งเงินทุนและสภาพคล่องยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

ในระยะเวลา 12 เดือนข้างหน้าทริสเรทติ้งคาดว่าแหล่งเงินทุนและสภาพคล่องของบริษัทจะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยแหล่งสภาพคล่องส่วนใหญ่ตามงบการเงินรวมจะมาจากเงินทุนจากการดำเนินงานจำนวนประมาณ 4.5-5 พันล้านบาท ในปี 2565 รวมทั้งเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นปี 2564 อีกจำนวนประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งน่าจะเพียงพอที่จะสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทได้ ในขณะที่บริษัทจะมีความต้องการใช้เงินทุนซึ่งประกอบด้วยภาระการลงทุนที่ประมาณ 700 ล้านบาทต่อปีและเงินลงทุนเพื่อซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมาบริหารอีกประมาณ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ในการนี้ ทริสเรทติ้งไม่มีความกังวลต่อสภาพคล่องของบริษัทในระยะ 12 เดือนข้างหน้าเนื่องจากบริษัทมีสภาพคล่องที่เพียงพอสำหรับหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในเดือนพฤศจิกายน 2565 จำนวน 1.6 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งมีข้อสังเกตว่าบริษัทควรมีการขยายวงเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่หลากหลายขึ้นเพื่อช่วยสนับสนุนความต้องการด้านสภาพคล่องในยามที่ตลาดทุนมีความโกลาหลผิดปกติซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่สูงขึ้นได้

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน

ในระยะ 3 ปีข้างหน้า (ปี 2565-2567) ทริสเรทติ้งมีสมมติฐานสำหรับการดำเนินงานของบริษัทเจมาร์ทดังต่อไปนี้

? บริษัทจะมีรายได้ที่ระดับ 1.4-1.8 หมื่นล้านบาทต่อปี

? อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจจัดเก็บหนี้จะอยู่ที่ระดับ 70% ส่วนของธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่จะอยู่ที่ระดับ 10%-15% และของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะอยู่ที่ระดับ 70%

? เงินลงทุนของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านบาทต่อปี และเงินลงทุนเพื่อซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมาบริหารจะอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต ?Stable? หรือ ?คงที่? อยู่บนการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่า JMT จะสามารถรักษาระดับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพเอาไว้ได้ต่อไป ในขณะที่สถานะในการแข่งขันในธุรกิจจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่จะยังคงเดิม โดยรักษาการก่อหนี้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ทริสเรทติ้งยังคาดด้วยว่าผลการดำเนินงานของบริษัทลูกรายอื่น ๆ จะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

โอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิตนั้นอาจเกิดขึ้นได้หากบริษัทเจมาร์ทสามารถยกระดับสถานะความเสี่ยงทางธุรกิจของบริษัทจากการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทลูกต่าง ๆ เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งยังคงรักษาระดับหนี้ในระดับที่เหมาะสมไว้ได้ ในขณะที่ความกดดันทางด้านลบต่ออันดับเครดิตจะเกิดขึ้นจากผลการดำเนินงานที่ถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญทั้งในส่วนของบริษัทเองหรือในส่วนของบริษัทลูกต่าง ๆ หรือจากการลงทุนในเชิงรุกซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีภาระหนี้เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้จนระดับอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายอยู่สูงเกินกว่า 3.5 เท่าอย่างต่อเนื่อง

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงินสำหรับธุรกิจทั่วไป, 11 มกราคม 2565

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 15 มิถุนายน 2564

- วิธีการจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 26 กรกฎาคม 2562

บริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) (JMART)

อันดับเครดิตองค์กร: BBB+

อันดับเครดิตตราสารหนี้:

JMART239A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB

JMART249A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BBB

แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com
ติดต่อ [email protected] โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500
? บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2564 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว

15
ทริสฯ คงอันดับเครดิตองค์กร-หุ้นกู้ TIDLOR ที่ A แนวโน้ม Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบมจ. เงินติดล้อ (TIDLOR) ที่ระดับ "A" ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" หรือ "คงที่" พร้อมทั้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 8.3 พันล้านบาทซึ่งรวมหุ้นกู้สำรองเพื่อเสนอขายเพิ่มเติม (Greenshoe) จำนวน 3 พันล้านบาทและไถ่ถอนภายใน 2 ปีของบริษัทที่ระดับ "A" ด้วยเช่นกัน โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ในการดำเนินกิจการและใช้ชำระหนี้เงินกู้เดิม

อันดับเครดิตดังกล่าวได้รับการปรับเพิ่มขึ้นมา 1 ขั้นจากอันดับเครดิตเฉพาะ (Stand-alone Credit Profile ? SACP) ของบริษัทซึ่งอยู่ที่ระดับ "a-" โดยการยกระดับสะท้อนถึงมุมมองของทริสเรทติ้งที่มีต่อสถานะของบริษัทซึ่งเป็นบริษัทลูกเชิงกลยุทธ์ของ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ "AAA" ด้วยแนวโน้ม "Stable" หรือ "คงที่" จากทริสเรทติ้ง) ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งพิจารณาอันดับเครดิตดังกล่าวโดยคำนึงถึงการที่บริษัทได้รับการสนับสนุนทั้งในด้านธุรกิจและการเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา

อันดับเครดิตเฉพาะของบริษัทสะท้อนถึงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในการเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันและธุรกิจนายหน้าประกันภัย นอกจากนี้ ปัจจัยอื่น ๆ ที่ทริสเรทติ้งใช้ประกอบการพิจารณาอันดับเครดิตยังรวมถึงการที่บริษัทมีฐานทุนที่แข็งแกร่ง คุณภาพสินทรัพย์ที่ดีจากการมีแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่ระมัดระวัง รวมถึงการมีแหล่งเงินทุนและสภาพคล่องที่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตก็มีข้อจำกัดในระดับหนึ่งจากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค

ผลการดำเนินงานของบริษัทเป็นไปในทิศทางที่ทริสเรทติ้งประมาณการไว้ โดย ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีพอร์ตสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ระดับ 6.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.7% เมื่อเทียบกับยอดสินเชื่อ ณ สิ้นปีก่อนหน้า บริษัทมีรายได้สุทธิอยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วเนื่องจากบริษัทมีรายได้ดอกเบี้ยมากขึ้นจากการขยายสินเชื่อเพิ่มขึ้นอย่างมากและมีรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจประกันภัย

ในขณะที่คุณภาพสินเชื่อที่ได้รับการควบคุมเป็นอย่างดีก็ช่วยให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายสำรองสำหรับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่ลดลง สำหรับอัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวมของบริษัทนั้นก็ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.19% ณ สิ้นปี 2564 จากระดับ 1.66% ณ สิ้นปี 2563 โดยเป็นผลเนื่องมาจากสาเหตุ 2 ประการคือการลดลงของสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตที่เกิดขึ้นใหม่และฐานเงินให้สินเชื่อที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นในปี 2564

ทั้งนี้ อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตของบริษัทยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 357% เมื่อเทียบกับระดับ 325% ณ สิ้นปี 2563

ฐานทุนของบริษัทยังคงอยู่ในระดับที่เข้มแข็งและเป็นปัจจัยด้านบวกสำหรับอันดับเครดิต ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยอยู่ที่ระดับ 35.8% จากระดับ 22.6% ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งได้รับอานิสงส์จากเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนใหม่แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 เมื่อพิจารณาจากการคาดการณ์การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อของบริษัทที่ระดับประมาณ 15% ต่อปีแล้ว ทริสเรทติ้งประมาณการว่าอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงของบริษัทจะอยู่ในระดับที่เกินกว่า 33% ในระยะปานกลาง

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" หรือ "คงที่" อยู่บนพื้นฐานการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงรักษาฐานทุนให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและรักษาสถานะผู้นำในตลาดสินเชื่อทะเบียนรถเอาไว้ได้ ในขณะที่ยังคงมีผลประกอบการทางการเงินที่น่าพึงพอใจต่อไป นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าบริษัทจะสามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้อีกด้วย

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

อันดับเครดิตอาจปรับเพิ่มขึ้นได้หากบริษัทสามารถสร้างเสถียรภาพทางธุรกิจให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นโดยการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่สถานะทางการตลาดอย่างต่อเนื่องในขณะที่ยังสามารถรักษาคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแรงและผลประกอบการทางการเงินที่ดีเอาไว้ได้ในขณะเดียวกัน การปรับลดอันดับเครดิตอาจเกิดขึ้นได้หากสถานะทางการแข่งขันหรือคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทเสื่อมถอยลงอย่างมีนัยสำคัญจนทำให้อัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงลดลงต่ำกว่าระดับ 25% นอกจากนี้ หากมุมมองของทริสเรทติ้งที่เกี่ยวกับระดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของบริษัทที่มีต่อกลุ่มธนาคารกรุงศรีอยุธยาเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีสาระสำคัญก็อาจเป็นสาเหตุให้มีการทบทวนอันดับเครดิตเพื่อสะท้อนมุมมองดังกล่าวอีกด้วย

 

หน้า: [1] 2 3 ... 119


ศูนย์รวมเว็บบอร์ด SMF ฟรี

| ตลาดออนไลน์ | ขายของ | สินค้าใหม่ | สินค้ามือ 2 | สถานบริการ | ซื้อ-ขาย เกี่ยวกับกีฬา | ซื้อ-ขาย คอมพิวเตอร์ | เครื่องจักรหนัก เบา | นวัตรกรรมสิ่งประดิษฐ์แนวใหม่ และภูมิปัญญาท้องถิ่น | มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร | เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้า | ซื้อ-ขาย เกมส์ ของเล่น | ธุรกิจท่องเที่ยว ทัวร์ ที่พัก | ธุรกิจบันเทิง เพลง ดนตรี | กิจกรรมนันทนาการ งานอดิเรก ผ่อนคลาย | แฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ | ผลิตภัณฑ์เสริมสวย สุขภาพ | อาหาร และยา ปัจจัย 4 | ผลิตภัณฑ์สำหรับแม่ และเด็ก | เกี่ยวกับการศึกษา | งานภาครัฐ และเอกชน, หางานทุกประเภท ทุกตำแหน่ง | ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ | เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ธุรกิจตกแต่งบ้าน ดูแลรักษาบ้าน | ธุรกิจยานพาหนะ | รับจ้างทั่วไป | ตลาดฟอเร็กซ์ | ตลาดหุ้น | รับจ้างโพสต์บอร์ด แชร์ ไลค์ เฟสบุ๊ค | แชร์ ไลค์ ติดตาม ยูทูป | โปรโมทเว็บไซต์ ประชาสัมพันธ์สินค้า SEO |

สนับสนุน โดย

| M88 | 188BET | HappyLuke | FUN88 | WIN365 | 1XBET | WINS88 | W88 | NOWBET | Vwin | Dafabet | DEWABET | 12BET | LiveCasinoHouse |
|

ผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์ โดย

| | |