สกุลเงินดิจิทัล ดอท คอม

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Ailie662

หน้า: [1] 2 3 ... 164
1
นายกฯ กำชับตรวจสต็อกปาล์มน้ำมัน สั่งห้ามกักตุน เดินหน้าตามกม.เคร่งครัด

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ติดตามสถานการณ์สินค้าราคาแพง หลังสถานการณ์ราคาปาล์มน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ผลผลิตปาล์มน้ำมันน้อยกว่าปกติอย่างมาก จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจ สต็อกปาล์มน้ำมัน และน้ำมันปาล์ม โดยหวั่นว่าผู้ประกอบการรายใหญ่จะกักตุนสินค้า ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันทั้งระบบพุ่งสูงขึ้นไปอีก ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคอุปโภคเป็นวงกว้าง

โดยล่าสุด ตำรวจร่วมบูรณาการกับพาณิชย์จังหวัด จัดชุดตรวจลงพื้นที่ตรวจสต๊อกปาล์มน้ำมัน โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ โรงกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ตลอดจนคลังน้ำมันปาล์ม ซึ่งจะดำเนินการกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาปาล์มน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งนี้ จะกำหนดดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะแจ้ง หรือหากมีการแจ้งการครอบครองไม่ตรงกับความเป็นจริง ก็จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.137 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรี ยังได้ติดตามการดำเนินงานตามข้อสั่งการเรื่องการป้องกัน ควบคุมและกำจัดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ซึ่งกรมปศุสัตว์ ได้ลงพื้นที่สำรวจปริมาณซากสุกรในห้องเย็นทั่วประเทศอย่างเข้มงวด โดยข้อมูลพื้นที่เข้าดำเนินการ ระหว่างวันที่ 20-25 มกราคม 2565 (จำนวน 773 แห่ง) ตรวจพบซากสุกรสะสม จำนวน 18,727,824.545 กิโลกรัม

กรมปศุสัตว์ มีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการลักลอบนำสุกรมีชีวิตและผลิตภัณฑ์เข้าประเทศ ค้นหาโรคเชิงรับและเชิงรุก เช่น การเฝ้าระวังทางอาการในฟาร์ม การเฝ้าระวังในโรงฆ่าสัตว์ การเฝ้าระวังในซากและผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในตลาด การประเมินความเสี่ยงระดับอำเภอทั่วประเทศ เพื่อกำหนดมาตรการการควบคุมการเคลื่อนย้ายโดยทำฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM: Good Farming Management) เพื่อเป็นการลดความเสียหายสามารถป้องกันการเกิดโรคได้และเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเพื่อยกระดับเป็นฟาร์มที่มีการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP)

"นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญการแก้ไขปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภคราคาแพงในขณะนี้ โดยกำชับไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้บูรณาการร่วมมือกันเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

2
GDP ฟิลิปปินส์ขยายตัวเหนือคาดใน Q4/64 รับอานิสงส์การใช้จ่ายผู้บริโภคแกร่ง

เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ขยายตัวเร็วกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ในไตรมาส 4/2564 โดยได้รับแรงหนุนจากความแข็งแกร่งของการใช้จ่ายผู้บริโภค ขณะที่รัฐบาลมีมุมมองบวกว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวเร็วยิ่งขึ้นในปีนี้ แม้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งและเผชิญความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของฟิลิปปินส์ปรับตัวขึ้น 7.7% ในไตรมาส 4 เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งขยายตัวรวดเร็วกว่าระดับ 6.9% ในไตรมาส 3 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ที่ 6.0%

ตัวเลขล่าสุดนี้ทำให้ GDP ตลอดทั้งปี 2564 ขยายตัว 5.6% ซึ่งสูงกว่ากรอบเป้าหมายของรัฐบาลที่ 5.0% - 5.5% และนับเป็นการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง หลังจากที่หดตัว 9.6% ในปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อคุมการระบาดของโควิด-19 เป็นเวลานาน

ส่วนการบริโภคภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น 7.5% ในไตรมาส 4 เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 7.1% ในไตรมาส 3 ซึ่งทำให้การบริโภคภาคครัวเรือนมีส่วนช่วยหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจมากที่สุด

อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายของรัฐบาลในไตรมาส 4 ขยายตัวเพียง 7.4% ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 13.8% ในไตรมาส 3

นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ได้วางเป้าการขยายตัวของ GDP ที่ 7.0% - 9.0% สำหรับปี 2565 และ 6.0% - 7.0% สำหรับปี 2566 และ 2567 เนื่องจากมองว่าการเร่งปูพรมฉีดวัคซีนจะช่วยให้สามารถเปิดเศรษฐกิจได้มากยิ่งขึ้น

3
คำต่อคำ: แถลงการณ์ประชุมธนาคารกลางสหรัฐเดือนม.ค. 2565

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งเสร็จสิ้นลงในวันพุธที่ 26 ม.ค.ตามเวลาสหรัฐ โดยระบุว่า สัญญาณบ่งชี้ถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานยังคงมีความแข็งแกร่ง อย่างไรก็ดี แม้ว่าภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่การระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อภาคส่วนเหล่านี้ ตัวเลขการจ้างงานปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และอัตราว่างงานลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนภาวะไร้สมดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์ซึ่งเป็นผลมาจากโรคระบาด รวมทั้งการเปิดเศรษฐกิจนั้น ยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ขณะที่ภาวะการเงินโดยรวมยังคงผ่อนคลาย ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนถึงมาตรการด้านนโยบายต่าง ๆ ที่สนับสนุนเศรษฐกิจ และการจัดสรรสินเชื่อให้กับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจของสหรัฐ สำหรับทิศทางเศรษฐกิจในวันข้างหน้านั้น ยังคงขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยคณะกรรมการคาดว่าความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนและภาวะติดขัดด้านอุปทานที่เริ่มบรรเทาลงนั้น จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน อีกทั้งช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี แนวโน้มเศรษฐกิจก็ยังคงเผชิญกับความเสี่ยง ซึ่งรวมถึงการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่

คณะกรรมการ FOMC พยายามหาแนวทางที่จะบรรลุเป้าหมายการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ และอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ในระยะยาว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว คณะกรรมการได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% และจากการที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2% และตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง ทางคณะกรรมการจึงคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องเหมาะสมที่จะปรับขึ้นกรอบเป้าหมายของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (Federal Funs Rate) ขณะเดียวกันคณะกรรมการได้ตัดสินใจที่จะยังคงปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ซึ่งจะส่งผลให้โครงการดังกล่าวยุติลงในเดือนมี.ค.

นับตั้งแต่เดือนก.พ.นี้ คณะกรรมการจะเพิ่มการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอีกอย่างน้อย 2 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน และตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) อย่างน้อย 1 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน คณะกรรมการคาดว่าการซื้อและการถือครองสินทรัพย์เหล่านี้จะช่วยสนับสนุนให้ตลาดต่าง ๆ ดำเนินการต่อไปได้อย่างราบรื่น และช่วยสนับสนุนภาวะด้านการเงินให้เป็นไปในลักษณะที่ผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้จะช่วยให้สินเชื่อไหลเวียนไปสู่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ

ส่วนในการประเมินแนวทางที่เหมาะสมของนโยบายการเงินนั้น คณะกรรมการจะยังคงจับตาข้อมูลแนวโน้มเศรษฐกิจที่จะได้รับในวันข้างหน้า ขณะเดียวกันคณะกรรมการจะเตรียมความพร้อมเพื่อปรับแนวทางนโยบายการเงินตามความเหมาะสม หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะทำให้เฟดไม่สามารถบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ ของคณะกรรมการ โดยคณะกรรมการจะประเมินข้อมูลในวงกว้าง ซึ่งรวมถึงข้อมูลด้านสาธารณสุข ภาวะตลาดแรงงาน แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และการคาดการณ์เงินเฟ้อ รวมถึงการพิจารณาสถานการณ์ทางการเงิน และสถานการณ์ในต่างประเทศ

สำหรับกรรมการเฟดผู้ที่ออกเสียงสนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินของ FOMC ในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ เจอโรม เอช พาวเวล ประธานเฟด, จอห์น ซี วิลเลียมส์ รองประธานเฟด, มิเชล ดับเบิลยู โบวแมน, ลาเอล เบรนาร์ด, เจมส์ บุลลาร์ด, เอสเธอร์ แอล จอร์จ, แพทริค ฮาร์เกอร์, ลอเร็ตตา เจ เมสเตอร์ และคริสโตเฟอร์ เจ วอลเลอร์

4

“คอลลิเออร์ส”ประเมินอสังหาฯปี 65 ส่งสัญญาณฟื้นตัว คาดซัพพลายคอนโดพลิกกลับมา24,000 ยูนิตเพิ่มขึ้นจาก18,678 ยูนิตหลังซบมากว่า 3 ปีเน้นพัฒนาในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นนอก -แนวรถไฟฟ้าสายสีส้ม สีเหลืองและสีชมพู ระบุอสังหาฯไทยเนื้อหอมกระแสร่วมทุนมาแรง

นายภัทรชัย ทวีวงศ์  ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่าแนวโน้มอสังหาฯปี 2565จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะตลาดคอนโดจากปัจจัยบวกการเปิดประเทศและการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศผ่อนปรนมาตรการแอลทีวีชั่วคราว  คาดการณ์ว่า อุปทานเปิดตัวใหม่ในปีหน้าจะกลับมาอยู่ที่24,000 ยูนิตเพิ่มขึ้นจากในปีก่อน 28.5 %  หลังจากที่ตลาดซบเซามากว่า 3 ปี  


โดยในปี2565 ผู้พัฒนาส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะพัฒนาโครงการคอนโดในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นนอกหรือในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงรามคำแหง – ลำสาลี  รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ถนนลาดพร้าวและศรีนครินทร์ และรถไฟฟ้าสายสีชมพู ถนนรามอินทรา และทำเลย่านบางนา ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่คาดการณ์จะมีการเปิดตัวโครงการคอนโดกันอย่างคึกคัก

สำหรับภาพรวมอุปทานคอนโดเปิดขายใหม่พื้นที่กรุงเทพฯในปี2564 มีทั้งสิ้นจำนวน  47 โครงการ 18,678 ยูนิตมูลค่ากว่า 63,356 ล้านบาท 'ลดลง'จากปีก่อน 3,585 ยูนิต คิดเป็น 16.1% ของมูลค่าการพัฒนาปรับตัวลดลง7,516 ล้านบาท หรือ 10.6% จากปีก่อนหน้า ซึ่งพบว่าจากอุปทานที่เปิดขายใหม่ในปี2564 ที่ผ่านมายังคงเป็นตลาดของผู้พัฒนารายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ถึง 15,534 ยูนิตหรือ83.2% ด้วยมูลค่าการลงทุนรวม55,326 ล้านบาท และผู้พัฒนานอกตลาดหลักทรัพย์ 3,144  ยูนิตหรือ 16.8 %ด้วยมูลค่า 8,030ล้านบาท


นายภัทรชัย  กล่าวว่า ปีหน้าตลาดแนวราบยังคงเป็น 'ดาวเด่น' เนื่องจากผู้ประกอบการอสังหาฯรายใหญ่ยังคงเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาแนวราบมากขึ้นและมองหาทำเลใหม่เพื่อพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง  ทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญโดยเฉพาะพื้นที่อีอีซี และจังหวัดใหญ่ อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้นแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโดยภาพรวมยังคงชะลอตัว แต่ที่อยู่อาศัยก็ยังคงเป็นปัจจัย 4 ที่คนมีความต้องการอย่างเนื่องจาก  คาดว่า ยอดขายแนวราบในปี 2565 จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันในปี 2565 การร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยกับต่างชาติกลับมาคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยยังคงได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติทั้งผู้ประกอบการที่เคยเข้ามาร่วมทุนและผู้ประกอบการรายใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะญี่ปุ่น ยังคงให้ความสนใจร่วมทุนกับผู้ประกอบการไทยทั้งในส่วนของคอนโด ตลาดแนวราบ อาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก  


' จากมูลค่าการรวมทุนไตรมาส 4 ปี 2564  ผู้ประกอบการญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดคิดเป็นสัดส่วน 68.2% ด้วยมูลค่าการร่วมทุนรวมกว่า 4 แสนล้านบาท ตามมาด้วยผู้ประกอบการจากประเทศจีนและฮ่องกงด้วยสัดส่วน 25.5 %และ 13.6%ของมูลค่าการลงทุนรวม2 แสนล้านบาท'

5
ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.15 อ่อนค่าจากดอลลาร์แข็งค่าหลังเฟดส่งสัญญาณเร่งขึ้นดอกเบี้ย

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 33.15 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจาก เย็นวานที่ปิดตลาดที่ระดับ 32.98 บาท/ดอลลาร์

เช้านี้เงินบาทปรับตัวอ่อนค่า เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ หลังจากการประชุมคณะ กรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เมื่อคืนนี้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ปฏิเสธความเป็นไป ได้ที่ว่า อาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 0.25% เมื่อพิจารณาจากการพุ่งขึ้นของตัวเลขเงินเฟ้อ ขณะที่การประชุม FOMC เมื่อคืน นี้ ยังมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.00-0.25%

"ผลประชุมออกมาตามคาด คือ QE น่าจะจบในมี.ค. และเฟดจะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่มี.ค.เป็นต้นไป แต่ประธานเฟด ส่ง สัญญาณว่าไม่ได้ปิดโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยทุกรอบการประชุม จากเดิมที่มองว่าปีนี้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้ง ตอนนี้เริ่มมองว่า อาจจะขึ้น ได้ถึง 5 ครั้ง" นักบริหารเงินระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะมีแนวโน้มอ่อนค่า มองกรอบไว้ที่ 33.00 - 33.25 บาท/ดอลลาร์

THAI BAHT FIX 3M (26 ม.ค.) อยู่ที่ระดับ 0.37374% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 0.35790%

SPOT ล่าสุด อยู่ที่ระดับ 33.15750 บาท/ดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญ
เงินเยนอยู่ที่ระดับ 114.57 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 114.11 เยน/ดอลลาร์
เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1232 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1282 ดอลลาร์/ยูโร
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 32.959 บาท/ดอลลาร์
"อาคม" ลั่นสิ้นเดือนนี้ ได้ข้อสรุปเก็บภาษีคริปโท แย้ม 2 แนวทาง ส่งเสริม ให้อุตสาหกรรมเกิด สกัดกิจการทำลายสิ่ง
แวดล้อม "นายกสมาคมคริปโทฯ" แนะภาครัฐควรหนุนตลาดโต หวั่นโมเดลเก็บภาษีสร้างภาระผู้ประกอบการกระดานเทรด
"ทีดีโอ" เตรียมนัดสมาชิก ถกร่างเกณฑ์ห้ามสินทรัพย์ดิจิทัลชำระค่าสินค้าและบริการ เพื่อรวมความเห็น-แนวทางเสนอต่อ
ก.ล.ต. ชี้หยุดเส้นทางพัฒนาอุตสาหกรรมคริปโทฯในระยะยาว "ซิปแมกซ์" ลั่นปิดโอกาสผู้พัฒนานวัตกรรม-ประสบการณ์คนไทยใช้จ่ายเงินดิ
จิทัล
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ
0.00-0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ พร้อมระบุว่าเฟดจะยังคงปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ
(QE) จำนวน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.พ. ซึ่งจะส่งผลให้การทำ QE ของเฟดสิ้นสุดลงในเดือนมี.ค. พร้อมกับการเริ่มต้นปรับขึ้น
อัตราดอกเบี้ยในเดือนดังกล่าว
ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า ยังคงมีความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยไม่ให้ส่งผล
กระทบต่อตลาดแรงงาน และระบุว่า ดัชนีต่าง ๆ ที่เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นอีก ซึ่งบ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ มี
ความเสี่ยงที่จะยังคงอยู่ในภาวะขาขึ้น
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (24 ม.ค.) หลัง
จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเวลาที่รวดเร็วขึ้น เพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอด
สั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนธ.ค., ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2564 (ประมาณการเบื้องต้น), ยอดทำสัญญาขายบ้าน
ที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนธ.ค. , ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนธ.ค. และดัชนี
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
นักลงทุนจับตาสถานการณ์ยูเครนอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดทำเนียบเครมลินออกแถลงการณ์เตือนว่า รัสเซียจะตอบโต้อย่าง
รวดเร็ว หากสหรัฐและพันธมิตรปฏิเสธข้อเรียกร้องของรัสเซีย นอกจากนี้ รัสเซียจะไม่ตัดทางเลือกในการเพิ่มกำลังทหารและยุทโธปกรณ์
เข้าไปในคิวบาและเวเนซุเอลา หากข้อเรียกร้องของรัสเซียไม่ได้รับการตอบสนอง

7
อื่นๆ / ระบบร้านอาหารออนไลน์
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:28:25 AM »
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.lianlianpay.co.th/llmenu
โทรศัพท์ : +66 020622977
เฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/LianLianGlobalThailand/

8
สั่งซื้อสินค้าได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.homepro.co.th/c/HHP0610

10
กราบขอบพระคุณลูกค้าทุกท่าน
ที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

กล่องสุ่ม ของกิน (ได้สินค้ามากกว่า50ชิ้น มูลค่ากว่า 1,750.-)  
กินเล่น กับแกล้ม  ก็อร่อยทุกห่อ การันตรี ไม่มีของค้างเก่าเก็บ 
มีอายุ2เดือนขึ้นไป ทุกห่อ   ปีใหม่นี้ ขาดไม่ได้นะค่ะ  
**รับ 100 กล่องเท่านั้น  สนใจทักแชทพิมพ์ กล่องสุ่ม999.-
เฉลี่ยเพียงชิ้นละไม่ถึง20.-  ลุ้นทองในกล่อง

https://www.facebook.com/mooyimyim.aroy.d/
หมูแผ่น,หมูแผ่นกรอบ,หมูแผ่นทอด,ขายส่งขนม,หมูแผ่นนครปฐม






 

13

ดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนนี้

ณ เวลา 20.09 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์แข็งค่า 0.32% สู่ระดับ 114.23 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวขึ้น 0.13% สู่ระดับ 128.82 เยน และร่วงลง 0.2% สู่ระดับ 1.128 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน บวก 0.17% สู่ระดับ 96.11

อย่างไรก็ดี การซื้อขายเป็นไปอย่างเบาบาง ก่อนที่เฟดจะเปิดเผยผลการประชุมในวันนี้

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.00-0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินวันนี้ แต่โฟกัสสำคัญจะอยู่ที่การแถลงข่าวหลังการประชุมของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ซึ่งตลาดจะจับตาการส่งสัญญาณทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด

FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 100% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นเดือนที่เฟดยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) พร้อมกับคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปีนี้

ทางด้านโกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 4 ครั้งในปีนี้ และจะเริ่มปรับลดขนาดงบดุลในเดือนก.ค.หรือเร็วกว่านั้น จากปัจจุบันที่พุ่งสูงเกือบ 9 ล้านล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตกเกี่ยวกับยูเครน

หน้า: [1] 2 3 ... 164
ศูนย์รวมเว็บบอร์ด SMF ฟรี

| ตลาดออนไลน์ | ขายของ | สินค้าใหม่ | สินค้ามือ 2 | สถานบริการ | ซื้อ-ขาย เกี่ยวกับกีฬา | ซื้อ-ขาย คอมพิวเตอร์ | เครื่องจักรหนัก เบา | นวัตรกรรมสิ่งประดิษฐ์แนวใหม่ และภูมิปัญญาท้องถิ่น | มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร | เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้า | ซื้อ-ขาย เกมส์ ของเล่น | ธุรกิจท่องเที่ยว ทัวร์ ที่พัก | ธุรกิจบันเทิง เพลง ดนตรี | กิจกรรมนันทนาการ งานอดิเรก ผ่อนคลาย | แฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ | ผลิตภัณฑ์เสริมสวย สุขภาพ | อาหาร และยา ปัจจัย 4 | ผลิตภัณฑ์สำหรับแม่ และเด็ก | เกี่ยวกับการศึกษา | งานภาครัฐ และเอกชน, หางานทุกประเภท ทุกตำแหน่ง | ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ | เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ธุรกิจตกแต่งบ้าน ดูแลรักษาบ้าน | ธุรกิจยานพาหนะ | รับจ้างทั่วไป | ตลาดฟอเร็กซ์ | ตลาดหุ้น | รับจ้างโพสต์บอร์ด แชร์ ไลค์ เฟสบุ๊ค | แชร์ ไลค์ ติดตาม ยูทูป | โปรโมทเว็บไซต์ ประชาสัมพันธ์สินค้า SEO |

สนับสนุน โดย

| M88 | 188BET | HappyLuke | FUN88 | WIN365 | 1XBET | WINS88 | W88 | NOWBET | Vwin | Dafabet | DEWABET | 12BET | LiveCasinoHouse |
|

ผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์ โดย

| | |