รู้ก่อนใช้ “Libra” สกุลเงินดิจิทัลใหม่จาก Facebook

ทันทีที่เฟซบุ๊กประกาศเปิดตัว Libra สกุลเงินดิจิทัล ที่จะเริ่มต้นใช้อย่างเป็นทางการในปี 2020 ก็สร้างแรงกระเพื่อมไปทั้งวงการเทคโนโลยี สถาบันการเงิน รวมไปถึงผู้ใช้งาน เฟซบุ๊กเองก็ให้ความสนใจว่า Libra จะเขย่าแวดวงการเงินได้อย่างที่ Bitcoin เคยทำหรือไม่? คุณเคยได้ยินชื่อเหล่านี้บ้างมั้ยครับ? นี่คือตัวอย่างสกุลเงินดิจิทัล (Crypto Currency) ซึ่งที่โด่งดังและได้ยินบ่อยที่สุดก็คงหนีไม่พ้น Bitcoin อย่างไรก็ตามข้อจำกัดของเงินคริปโตคือมีมูลค่าที่ผันผวนมาก ราคาเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ครั้งหนึ่งเคยมีมูลค่าสูงถึง 20,000 เหรียญฯ แต่กลับตกลงมาเหลือเพียง 3,000 เหรียญฯ ภายในเวลา 2 ปีเท่านั้น เงินดิจิทัลเหล่านี้จึงทำหน้าที่ของเงินได้ไม่ครบ เพราะยังไม่เป็นสื่อกลางในการชำระเงินและไม่ถูกใช้เป็นหน่วยกำหนดราคาสิ่งของ เพราะมูลค่าที่แท้จริงไม่คงที่ จึงกลายเป็นที่ดึงดูดและสนใจของนักเก็งกำไรที่เข้าไปเทรดบิทคอยน์ หรือเก็บไว้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่าซื้อของ การกำเนิดขึ้นของ Libra จึงเป็นการปลดล็อกปัญหาดังกล่าวของเงินคริปโต สกุลเงินที่ใช้ร่วมกันทั่วโลก Global Currency หรือสกุลเงินที่ใช้ร่วมกันทั่วโลก คือหนึ่งในจุดประสงค์หลักของ Libra คือการทำธุรกรรมการเงินควรเป็นเรื่องง่ายที่ทุกคนเข้าถึงได้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน โดยที่ไม่จำเป็นต้องพกเงินสด ลดความยุ่งยากของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน และเสริมศักยภาพให้กับคนทั้งโลกได้เข้าถึงบริการ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในประเทศที่กำลังพัฒนา มีประชากรส่วนหนึ่งที่ไม่มีบัญชีธนาคาร หรือในบางวัฒนธรรมที่มีข้อกำหนดการใช้งานธนาคารของพลเมืองเพศหญิง แต่พวกเธอเหล่านี้ยังมีสมาร์ทโฟนและมีอินเทอร์เน็ตให้ใช้งาน

Read More

Bitcoin ในชีวิตประจำวัน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคริปโตเคอร์เรนซีเหรียญที่มาแรงที่สุด ณ ปัจจุบัน ก็คือ Bitcoin เพราะนอกจากที่จะเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่อยู่บนระบบบล็อกเชนแล้ว Bitcoin ยังถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น “สกุลเงินแห่งอินเทอร์เน็ต” และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางโดยมีมูลค่าตลาดรวมกันมากถึง 1.99 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว  อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่ใช่คนที่คลุกคลีกับวงการเทคโนโลยีหรือติดตามข่าวสารในด้านนี้บ่อยๆก็อาจจะยังไม่เห็นภาพว่าประโยชน์ Bitcoin คืออะไร และสามารถเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันได้อย่างไร ในบทความนี้เราจะมาดูตัวอย่างกัน ว่า Bitcoin ถูกใช้ในด้านใดบ้าง  กําจัดตัวกลาง ลดค่าใช้จ่าย  Bitcoin คือสกุลเงินดิจิทัลตัวแรกที่เป็น Decentralized หมายความว่าเป็นสกุลเงินไม่มีตัวกลางคอยควบคุมดูแลสกุลเงินตัวนี้ ทุกๆธุรกรรมที่เกิดขึ้นจะได้รับการจดบันทึกลงบนสมุดบัญชีของทุกคนในเครือข่าย ทำให้การแฮคเครือข่าย Bitcoin แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฎิบัติเมื่อไม่มีตัวกลาง การทำธุรกรรมจึงสามารถเกิดขึ้นได้โดยตรงระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขาย ไม่จำเป็นต้องดำเนินการผ่านตัวกลาง เช่น หากคุณรูดบัตรเครดิตซื้อสินค้าชิ้นหนึ่ง ข้อมูลการทำธุรกรรมจะถูกส่งไปยังบริษัทตัวกลางที่เป็นผู้ออกบัตรเครดิตและทำการบันทึกข้อมูลลงสมุดบัญชี ปัญหาคือตัวกลางนั้นสามารถคิดค่าธรรมเนียมในการธุรกรรมได้ เกิดเป็น Deadweight Loss หรือค่าใช้จ่ายที่เสียไปโดยไม่เกิดประโยชน์ และข้อมูลส่วนตัวของคุณก็ตกอยู่กับตัวกลางและสามารถถูกนำไปหาผลประโยชน์ได้  การใช้จ่ายด้วย Bitcoin ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย สามารถทำได้โดยการเปิด Wallet ผ่านแอปพลิเคชั่นของ Bitkub หรือแอปพลิเคชั่นอื่นๆที่รับรอง เมื่อมี Wallet ก็สามารถซื้อ

Read More

เมื่อ “สกุลเงินดิจิทัล” ถูกนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

นอกเหนือจากการเป็นสินทรัพย์การลงทุนแล้ว สกุลเงินดิจิทัลยังสามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกับเงินได้เช่นกัน โดยปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีที่สามารถช่วยให้สามารถใช้สกุลเงินดิจิทัลที่เรามีอยู่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้  บัตรเดบิตคริปโต  ปัจจุบันมีสตาร์ตอัพด้านบล็อกเชนและคริปโตหลายรายที่ร่วมมือกับผู้ให้บริการชำระเงินระดับโลกอย่าง Visa หรือ Mastercard ในการออกบัตรเดบิตที่สามารถนำไปใช้จ่ายได้กับร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ของ Visa หรือ Mastercard โดยที่ภายในบัตร จะมีสกุลเงินดิจิทัลที่ผู้บริโภคถืออยู่จำนวนหนึ่งและผู้ออกบัตรจะทำการแปลงอัตราแลกเปลี่ยนให้เป็น Fiat Currency ให้เอง  ตู้เอทีเอ็มบิทคอยน์  ตู้กดเงินสดหรือตู้เอทีเอ็ม อาจจะคุ้นเคยกับการใช้ Fiat Currency แต่ตอนนี้ได้มีผู้สร้างตู้ที่รับสกุลเงินดิจิทัลด้วยเช่นกัน โดยสามารถใช้บัตรเดบิตหรือแอปพลิเคชั่นไปใช้งานที่ตู้ก็จะสามารถกดเงินสดออกมาใช้ได้ในกรณีที่ร้านค้าแถวนั้นไม่รับการชำระด้วยเงินอีเล็กทรอนิกส์  คิวอาร์โค้ด  เทคโนโลยีคิวอาร์โค้ดเป็นช่องทางหนึ่งที่สามารถแปลงสกุลเงินดิจิทัลที่เรามีอยู่ให้สามารถชำระเงินตามจุดรับต่าง ๆ ได้ ซึ่งปัจจุบันมีแอปพลิเคชันมากมายที่พัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งร้านค้าผู้รับเงินสามารถที่จะเลือกได้ว่าจะรับเป็นสกุลเงินดิจิทัลมาเก็บไว้หรือจะแปลงเป็น Fiat Currency ทันที  เว็บไซต์ตัวแทนจำหน่ายที่รับสินทรัพย์ดิจิทัล  ร้านค้าบนออนไลน์จำนวนหนึ่งหรือบางเว็บไซต์สามารถที่จะเปิดรับสกุลเงินดิจิทัลในการชำระเงินได้เช่นกัน แต่มักจะมาในรูปแบบของตัวแทนจำหน่ายที่เป็นพาร์ทเนอร์กับแบรนด์ต่าง ๆ ในการเปิดรับสกุลเงินดิจิทัลโดยให้สิทธิพิเศษต่าง ๆ กับผู้ซื้อเช่นส่วนลดหรือโทเคน ยังมีแบรนด์ไม่มากนักที่เปิดรับการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลตรง ๆ  แม้ปัจจุบันอัตราการใช้งาน Digital Money จะมีการเติบโตขึ้นทั่วโลกอยู่แล้ว แต่หลังจากนี้สกุลเงินดิจิทัลอาจเป็นทางเลือกหนึ่งของการชำระเงินได้อีกเช่นกัน  ในแง่ของค่าธรรมเนียมและความเร็วในการทำธุรกรรมถือว่าไม่มีความแตกต่างกันถ้าหากใช้งานภายในประเทศ แต่สิ่งที่สกุลเงินดิจิทัลสามารถทำได้ดีกว่า ก็คือ การที่มี Smart Contract ซึ่งทำงานบนบล็อกเชนทำให้ผู้ประกอบการสามารถคิดลูกเล่นทางการตลาดต่าง ๆเ ข้ามาให้กับผู้ใช้งานได้ เช่น แบรนด์ A สามารถสร้างโทเคนของตัวเองขึ้น

Read More

ข้อดีข้อเสียของสกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency)

 ข้อดีของสกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency)  – สกุลเงินดิจิตอลจะทำให้เกิดการโอนเงินง่ายขึ้น ระหว่างทั้งสองฝ่าย เพราะทำธุรกรรมต่างๆ ไม่จำเป็นจะต้องมีบุคคลที่สามที่เชื่อถือได้เช่นธนาคารหรือบริษัทบัตรเครดิต  – การโอนจะสามารถทำได้ง่ายขึ้น สะดวกยิ่งขึ้น ผ่านการใช้กุญแจสาธารณะ และกุญแจส่วนตัวเพื่อความปลอดภัย  – เป็นระบบสกุลเงินดิจิตอลที่ทันสมัย “กระเป๋าเงิน” หรือที่อยู่บัญชีของผู้ใช้มีรหัสสาธารณะ และใช้กุญแจส่วนตัวในการอนุมัติธุรกรรม  – ค่าธรรมเนียมในการโอนค่อนข้างตํ่า ทำให้ผู้ใช้สามารถหลีกเลี่ยง หรือลดค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากธนาคาร และสถาบันการเงินส่วนใหญ่ได้  – ปลอดภัย เพราะการปลอมแปลงประวัติการทำธุรกรรมสามารถทำได้ยากมาก  ข้อเสียของสกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency)  – สกุลเงินดิจิตอลเป็นสิ่งเสมือนจริง ที่ไม่มีที่เก็บส่วนกลางทำให้ความสมดุลของเงินดิจิตอลจะถูกลบออกจากส่วนของความผิดพลาดในคอมพิวเตอร์ หากไม่มีสำเนาสำรองของการถือครองหรือถ้าหากใครสูญเสียกุญแจส่วนตัวไป ก็ไม่มีใครสามารถเข้าถึงได้  – การทำธุรกรรมของสกุลเงินดิจิตอลกึ่งไม่ระบุชื่อทำให้เหมาะสำหรับโฮสต์ของกิจกรรมที่ผิดกฎหมายเช่นการฟอกเงิน การหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งจะไม่มีการเปิดเผยตัวตนของคนทำธุรกรรมมากนัก  – มีความไม่แน่นอนมากมายเกี่ยวกับเงินดิจิตอล เนื่องจากธนาคาร และหน่วยงานรัฐบาลมีความสัมพันธ์กับสกุลเงินดังกล่าวอย่างสมบูรณ์ผู้คนก็กลัวที่จะใช้มัน เพราะไม่มั่นใจว่าเมื่อไหร่ที่มันจะหายไป  – สกุลเงินดิจิตอลเป็นสกุลเงินที่ต้องขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีอย่างสมบูรณ์ ผู้คนจำนวนมากจึงไม่ทราบว่ามันทำงานอย่างไร เนื่องจากขาดความรู้ในสกุลเงินดิจิตอล  ที่มา ข้อดีข้อเสียของสกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency). (29 กรกฏาคม 2564). ค้นจาก  smemove.com/blog/wp-content/uploads/2020/07/cryptocurrency-3409725_960_720.jpg

Read More

ประเภทของสกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency)

ประเภทของสกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency) สกุลเงินดิจิตอลแรกที่ทำให้เกิดจินตนาการในที่สาธารณะคือ บิทคอยน์ ซึ่งเปิดตัวในปี 2552 โดยบุคคลหรือกลุ่มที่รู้จักกันในนามแฝง ซาโตชิ นากาโมโต ณ ตอนนี้ เดือนตลาคม 2020 บิทคอยน์มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 199.62 พันล้านเหรียญสหรัฐ ความสำเร็จของบิทคอยน์ทำให้เกิดสกุลเงินดิจิตอลจำนวนมากที่รู้จักกันในชื่อ "altcoins" เช่น Litecoin, Ethereum, Bitcoin Cash, Ethereum, Ripple(XRP), EOS และ Cardano ปัจจุบันมีสกุลเงินดิจิตอลมากกว่า 1,000 ชนิด เทรดเดอร์จะมีทางเลือกมากมายในการซื้อขาย  อย่างไรก็ตาม สกุลเงินดิจิตอลที่มีการซื้อขายไม่มากนักหรือสกุลเงินดิจิตอลแบบใหม่อาจมีโอกาสจำกัดในการเทรด ซึ่งอาจหมายถึงจะมีผู้ซื้อน้อยลงเมื่อถึงเวลาขาย เทรดเดอร์ที่เพิ่งเริ่มต้นที่ไม่ต้องการที่จะสับสนด้วยตัวเลือกที่หลากหลาย สามารถพิจารณาเน้นการเทรดครั้งแรกของพวกเขาในสกุลเงินดิจิตอลชั้นนำบางประเภทและทำการเทรดในตลาดที่เปิดใช้งานอยู่เป็นประจำ มีความถี่และปริมาณในการเทรดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจ เช่น Bitcoin, Bitcoin Cash, Litecoin, Ethereum, Ripple(XRP)  วิธีการเทรดสกุลเงินดิจิตอล  มีสองเส้นทางในการเทรดสกุลเงินดิจิตอลประเภทต่างๆ : การซื้อเหรียญดิจิตอลผ่านเว็บเทรดสกุลเงินดิจิตอลด้วยความหวังว่าสกุลเงินดิจิตอลนั้นจะเพิ่มมูลค่าหรือเก็งกำไรในราคาของสกุลเงินดิจิตอลผ่านโบรกเกอร์ CFD โดยไม่ต้องถือครองเหรียญดิจิตอล  1 ซื้อขายเหรียญดิจิตอลผ่านเว็บเทรดสกุลเงินดิจิตอล  คุณอาจตัดสินใจซื้อเหรียญดิจิตอลผ่านเว็บเทรดสกุลเงินดิจิตอล ซึ่งหมายความว่าคุณจะเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของสกุลเงินดิจิตอลทันที ด้วยความตั้งใจที่จะถือมันไว้ในกระเป๋าเงินดิจิตอลและแสวงหาผลกำไรหากสกุลเงินดิจิตอลที่คุณซื้อนั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้น  ก่อนที่จะเริ่มต้น

Read More

คุณลักษณะสำคัญของ Bitcoin

คุณลักษณะสำคัญของ Bitcoin  1. อุปทานที่มีจำกัด  Satoshi ตั้งโปรแกรม Bitcoin ไว้ให้มีอุปทานที่ 21 ล้าน นี่เป็นข้อมูลสำคัญชิ้นหนึ่งเวลาประเมินราคาของสินทรัพย์ หมายความว่าไม่มีธนาคารใดที่สามารถเพิ่มเงินเข้าไปในตลาดได้มากขึ้นอีก (รูปแบบหนึ่งที่ธนาคารกลางทำก็คือที่เรียกว่ามาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing)) ด้วยเหตุผลนี้ Bitcoin จึงมักถูกมองว่าเป็นตัวกันเงินเฟ้อและมักถูกนำไปเปรียบเทียบกับทองคำ  2. สามารถขุดได้  Bitcoin สร้างขึ้นจากการขุดเหมือง (Mining) ซึ่งหมายความว่า นักพัฒนาเข้าร่วมเครือข่ายและอาสาที่จะตรวจสอบการทำธุรกรรมเกี่ยวกับ Bitcoin เพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้โดยไม่มีหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ในทางกลับกัน พวกเขาได้รับรางวัลเป็น Bitcoins สำหรับเวลาและพลังงานไฟฟ้าที่พวกเขาใช้ไปเพื่อการนั้น  3. ธุรกรรมที่รวดเร็ว  ธุรกรรมเกี่ยวกับ Bitcoin มีการตรวจสอบโดยเฉลี่ยทุก ๆ 10 นาที ซึ่งหมายความว่า คุณสามารถใช้ Bitcoin เพื่อส่งเงินได้ทุกที่ในโลกภายใน 10 นาทีแม้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แม้จะฟังดูน่าประทับใจ แต่ Bitcoin ก็ไม่ใช่วิธีการชำระเงินที่เร็วที่สุดอีกต่อไป เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของสกุลเงินดิจิทัลใหม่ ๆ ที่เน้นกันที่ความเร็วในการทำธุรกรรม  ทำไมสกุลเงินดิจิทัลจึงผันผวนมาก  เมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินที่ออกโดยธนาคาร หรือที่รู้จักกันในชื่อ เงินกระดาษ (Fiat Currency)

Read More

สกุลเงินดิจิทัล vs เงินดิจิทัล?

ครั้งที่แล้วได้คุยถึง "เงินดิจิทัล (digital money)" ในประเทศไทย เช่น เงินใน e-wallet บัตร 7-11 บัตรรถไฟฟ้า ไว้ว่าคนไทยเปิดรับทำให้เติบโตเร็วมาก วันนี้จึงอยากถือโอกาสชวนผู้อ่านคุยเรื่องต่อเนื่องเกี่ยวกับ "สกุลเงินดิจิทัล (digital currencies)" ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวแค่ไหน  สกุลเงินดิจิทัล vs เงินดิจิทัล?  ทั้งสองอย่างเหมือนกันตรงคำว่า "ดิจิทัล" ที่จับต้องไม่ได้ แต่มีตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ ความต่างคือ "เงินดิจิทัล" มีเงินสกุลท้องถิ่นหนุนหลัง เช่น ต้องนำเงินบาทมาชำระผู้ให้บริการ e-money ก่อนใช้ชำระค่าสินค้า จึงมีหน่วยเป็นเงินสกุลท้องถิ่นและมีมูลค่าแน่นอน  "สกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrency)" เช่น บิทคอยน์ (Bitcoin) เป็นสกุลเงินใหม่ที่สร้างขึ้นจากกลไกคณิตศาสตร์ที่กำหนดจำนวนไว้จำกัด ต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ถอดรหัสเพื่อนำเงินออกจากกลไก สกุลเงินใหม่นี้สร้างขึ้นเพื่อลดการรวมศูนย์ของระบบการชำระเงินผ่านสถาบันการเงินให้สามารถกระจายไปยังผู้ใช้ในเครือข่ายสกุลเงินนั้นๆ ได้ โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (blockchain) ติดตามการเคลื่อนไหวของเงินแม้จะไม่มีตัวกลางและสามารถป้องกันการปลอมแปลงได้ด้วย การชำระ/โอนเงินจึงอยู่แค่ภายในเครือข่าย ซึ่งมีข้อดีที่รวดเร็ว ต้นทุนตํ่า และปลอดภัย แต่ธนาคารกลางส่วนใหญ่ยังไม่รับรองว่าบรรดาคริปโทเคอร์เรนซีที่เอกชนสร้างขึ้นมา สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย คริปโทเคอร์เรนซีจึงทำหน้าที่ของเงินได้ไม่ครบ

Read More

สกุลเงินดิจิตัล (Cryptocurrency)

cryptocurrency เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีอยู่ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า "blockchain" บนอินเทอร์เน็ต พวกเขาเป็นสกุลเงินเสมือนที่มีการกระจายอำนาจและอยู่นอกธนาคารแบบดั้งเดิม แต่ยังคงสามารถซื้อขายได้เหมือนกับสกุลเงินอื่น ๆ  Bitcoin เป็น cryptocurrency ที่เป็นต้นฉบับและรู้จักกันดี แต่ปัจจุบันมี cryptocurrencies นับพันแห่งขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเดียวกัน  วิธีการทำงาน CRYPTOCURRENCIES?  Cryptocurrencies เป็นเงินสดดิจิทัลที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลกลางหมายถึงไม่มีบุคคลหรือสถาบัน (เช่นธนาคารกลาง) ควบคุม แนวคิดคล้ายกับเครือข่ายแบบ peer-to-peer สำหรับการแชร์ไฟล์เช่นทุกคนในเครือข่ายแชร์ไฟล์จะไม่ได้รับการจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว  การไม่มีหน่วยงานกลางจะช่วยขจัดความจำเป็นในการควบคุมบัญชียอดคงเหลือและการทำธุรกรรมใด ๆ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็ช่วยเพิ่มความโปร่งใสและลดความเสี่ยงของการฉ้อฉลการบัญชีหรือข้อผิดพลาดเช่นการใช้จ่ายสองครั้งภายในระบบ  cryptocurrencies สร้างใหม่เช่น bitcoin จะป้อนลงในฐานข้อมูลที่เรียกว่า blockchain สกุลเงินถูกสร้างขึ้นเมื่อคอมพิวเตอร์ขัดชุดอัลกอริทึมที่ซับซ้อนในกระบวนการที่เรียกว่าเหมืองแร่ อัลกอริทึมเหล่านี้ใช้การเข้ารหัสเพื่อรักษาความปลอดภัยการทำธุรกรรมและควบคุมการสร้างหน่วยเพิ่มเติมของ cryptocurrency  ภายในเครือข่าย peer ทุกคนมีบันทึกของประวัติที่สมบูรณ์ของการทำธุรกรรมทั้งหมดและทุกความสมดุลของบัญชี cryptocurrency มีอยู่เพื่อแสดงธุรกรรมทางการเงิน ดูวงจรชีวิตของการทำธุรกรรมด้านล่าง  ชีวิตการค้า เทคโนโลยี Blockchain คืออะไร?  การทำธุรกรรม cryptocurrency ทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในดิจิตอลบัญชีแยกประเภทแยกประเภทที่เรียกว่า Blockchain การทำธุรกรรมใหม่ ๆ ถือเป็น "กลุ่ม" ใหม่ใน "ห่วงโซ่" ของธุรกรรมทั้งหมด blockchain ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบแยกประเภท (DLT) เพื่ออธิบายธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัล

Read More